xs
xsm
sm
md
lg

เลือกรถไฟเพราะเชื่อว่าปลอดภัยที่สุด! แม่ทำใจดูศพลูกเหยื่อเครนถล่มไม่ได้เห็นแวบเดียวก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยะลา – ครอบครัวเตรียมรับศพ 2 พี่น้องชาวยะลา เหยื่อโศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว บิดาเผยนาทีสลด ลูกตั้งใจไปพักผ่อนดูบอล ย้ำเลือกขึ้นรถไฟเพราะเชื่อว่าปลอดภัยที่สุด เผยทั้งสองคนเป็นเสาหลักสร้างบ้าน-ส่งเสียน้องเรียนจนวาระสุดท้าย แม่ทำใจดูศพลูกไม่ได้ เห็นแวบเดียวก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่

วันนี้ (15 ม.ค.) ที่บ้านเลขที่ 43/11 หมู่ 7 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัว "เย็ง" เต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านเดินทางมาแสดงความเสียใจกับนายอับดุลรอนิง เย็ง อายุ 65 ปี และนางสะอะห์ เตะ อายุ 55 ปี หลังต้องสูญเสียลูกชายไปพร้อมกันถึง 2 คน คือ นายอักมาน เย็ง อายุ 33 ปี และ นายซูไฮมิน เย็ง อายุ 31 ปี จากเหตุการณ์เครนถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่ ต.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวจังหวัดยะลาทั้งหมด 3 ราย และชาวจังหวัดปัตตานีอีก 2 ราย รวมกลุ่มเพื่อนที่เดินทางไปด้วยกันเสียชีวิตถึง 5 ราย โดยมีผู้รอดชีวิตเพียง 1 รายที่ไม่ได้ขึ้นรถไฟขบวนดังกล่าวเนื่องจากมาไม่ทัน

นายอับดุลรอนิง บิดาของผู้เสียชีวิต เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ลูกชายทั้งสองทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารอยู่ที่กรุงเทพฯ มานานกว่า 7-8 ปี ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ตั้งใจจะไปพักผ่อนและดูฟุตบอลที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้โทรศัพท์มาหาแม่ในช่วงเช้าวันเกิดเหตุเพื่อแจ้งว่าซื้อตั๋วรถไฟชั้น 2 เรียบร้อยแล้ว

"ลูกบอกแม่ว่า ตอนแรกจะไปรถทัวร์ แต่เปลี่ยนใจมาขึ้นรถไฟเพราะคิดว่า 'ไปรถไฟปลอดภัยที่สุดแล้ว' จนกระทั่งช่วงเกือบเที่ยงคืน ลูกชายคนที่ 3 โทรมาบอกว่ารถไฟที่พี่ชายขึ้นเกิดอุบัติเหตุ ตอนนั้นพยายามติดต่อแต่ไม่มีใครรับสาย จนช่วงเย็นถึงทราบข่าวร้ายว่าไม่มีพวกเขาแล้ว" นายอับดุลรอนิง กล่าว


สำหรับลูกชายทั้งสองถือเป็นเสาหลักสำคัญของบ้าน เป็นคนดีตามหลักคำสอนของศาสนา ไม่สูบบุหรี่ ละหมาดครบ 5 เวลา และมีความกตัญญูอย่างมาก ทั้งคู่ช่วยกันเก็บหอมรอมริบจากการทำงานขับรถส่งอาหารเพื่อส่งเงินมาสร้างบ้านให้พ่อแม่ทีละเล็กละน้อย และส่งเสียน้องชายคนเล็กจนกำลังจะเรียนจบ

นอกจากนี้ ลูกชายเคยมักจะบอกกับพ่อเสมอว่า "พ่ออายุ 65 ปีแล้ว ไม่ต้องทำงานหนัก ให้ไปละหมาดที่มัสยิดอย่างเดียว เดี๋ยวลูกๆ จะส่งเงินมาดูแลเอง" ซึ่งเป็นความตั้งใจที่พวกเขาทำมาโดยตลอดจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต

ด้านนายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมเยียนปลอบขวัญครอบครัวผู้เสียชีวิตไปตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 14 ม.ค. พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ โดยเบื้องต้นได้สั่งการดังนี้ 1.การเยียวยา กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานเรื่องสิทธิประโยชน์และเงินเยียวยาตามระเบียบอย่างเร่งด่วน 2.ดินพระราชทาน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลาได้เข้าประสานงานเพื่อเตรียมขอดินพระราชทานเป็นกรณีพิเศษ และ 3.การเคลื่อนย้ายศพ ประสานงานอำนวยความสะดวกในการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ณ ภูมิลำเนา

ขณะนี้ ครอบครัวอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารและรอรับร่างลูกชายทั้งสอง เพื่อนำกลับมาทำพิธีฝังตามหลักศาสนาอิสลามที่บ้านเกิดในจังหวัดยะลาต่อไป

ด้านเพจ สวท.ยะลา รายงานว่า นางสะอะห์ เตะ ผู้เป็นแม่ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ยอมรับว่าทำใจดูสภาพศพของลูกไม่ได้ เพราะมีความรุนแรงและร่างกายเละจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ เมื่อเห็นเพียงแวบเดียวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และยากที่จะทำใจยอมรับ ตอนนั้นเห็นภาพจากลูกชายอีกคนที่ส่งมาให้ดูจำลูกได้เพียงเพราะเห็นเสื้อผ้าและรองเท้าที่สวมใส่เท่านั้น เนื่องจากสภาพร่างกายเปลี่ยนไปจนไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเขาหรือไม่


กำลังโหลดความคิดเห็น