ศูนย์ข่าวภูเก็ต – เทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมกับ เทศบาลตำบลฉลอง ปภ.ภูเก็ต และอบจ.ภูเก็ต เก็บซากเรือสปีดโบ๊ทที่ถูกไฟไหม้ 24 ลำ พร้อมทั้งทำความสะอาดคืนความสวยงามให้ชายหาดอ่าวฉลอง
วันนี้ (13 มกราคม 2569) ที่บริเวณหน้าอ่าวฉลอง ติดกับท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ นำโดย นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรี ร่วมกับ เทศบาลตำบลฉลอง นำโดย นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรี พร้อมด้วย พร้อมเจ้าหน้าที่กองช่าง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมาชิกสภา เทศบาลตำบลราไวย์และเทศบาลตำบลฉลอง รวมทั้งป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันเก็บซากเรือสปีดโบ๊ทจากเหตุการณ์ไฟไหม้เรือที่จอดอยู่หน้าอ่าวฉลอง เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่าน รวมไปถึงทำความสะอาดคืนความสวยงามให้ชายหาดท่าเรืออ่าวฉลอง
เหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่จอดอยู่หน้าอ่าวฉลอง เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 7 มกราคม 2569 เพลิงได้เผาเรือสปีดโบ๊ทได้รับความเสียหาย จำนวน 24 ลำ มูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเจ้าของเรือทั้งเรือที่ได้รับความเสียหายและไม่สามารถให้บริการนักท่องเที่ยว หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้หารือหาแนวทางในการเยียวยาผู้ประกอบการ ส่วนความคืบหน้าในเรื่องของคดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้
นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง กล่าวว่า ในการดำเนินการเก็บกวาดซากเรือสปีดโบ๊ท ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ อบจ.ภูเก็ต เทศบตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ ปภ. เจ้าท่าภูเก็ต เพื่อจัดเก็บซากเรือไปกำจัด โดยวันนี้จะดำเนินการให้เสร็จ เพื่อให้การใช้พื้นที่สามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ ส่วนของการดูแลพื้นที่ ทาง อบจ.จะเข้ามาดูแลในเรื่องของการเพิ่มไฟฟ้า แสงสว่าง รวมทั้งมีการติดตั้งกล้อง cctv เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลตรวจตราตลอดเวลา รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของระบบดับเพลิง จะมีการประสานความร่วมมือร่วมกันทั้ง 3 หน่วยงานทั้ง เทศบาลฉลอง เทศบาลราไวย์ และ อบจ.ภูเก็ต เพื่อให้ศักยภาพในการทำงานดีขึ้น
ส่วนเรื่องการจอดเรือในบริเวณชายหาด หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาจัดระเบียบเรื่องของที่จอดเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์การเกิดซ้ำ
ขณะที่นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า สำหรับในส่วนของการดูช่วยเหลืผู้ประกอบการที่เรือถูกไฟหม้ นั้น ในส่วนของ เทศบาลตำบลราไวย์ ได้เข้าดำเนินการเก็บซากเรือ อุปกรณ์ที่เจ้าของเรือยังสามารถใช้ได้ หรือนำไปขายแปลงเป็นเงินได้ครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการจัดเก็บ และวันนี้ก็เป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากทุกภาคส่วน โดยประสานความร่วมมือขอสนับสนุนเครื่องจักร จาก อบจ.ภูเก็ต และ ปภ. เข้ามาดำเนินการ เพือเคลียร์พื้นที่
นายเทมส์ ยังได้กล่าวต่อถึงความกังวลของเจ้าของเรือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ตำบลราไวย์ ว่า จากการพูดคุยกับทางผู้ประกอบการ สิ่งที่ทางผู้ประกอบการอยากจะสื่อสารคือเรื่องของสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทุกคนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีต้นเหตุ ส่วนจะเกิดจากอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องมีสาเหตุ ผุ้ประกอบการเองมีความรู้สึกว่าตัวเองนอนหลับอยู่ดีๆ ตื่นขึ้นมาทรัพย์สินเสียหายหมด ช่วงนี้เป็นช่วงที่เค้าทำเงินได้ แต่อยู่ๆเรือเสียหายหมดเลย เรือลำหนึ่งก็คือหลายล้านบาท ตอนนี้สิ่งที่เค้าอยากรู้คือต้นเหตุของการเกิดเพลิงไหม้เกิดจากอะไร และต้นเหตุจะมารับผิดชอบอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะผู้ที่ได้รับความเสียหายไม่ได้รับรู้ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่เค้าได้รับความเสียหายไปแล้ว ตอนนี้ทางผู้ประกอบ์ความชัดเจนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


