นราธิวาส – คนร้ายลอบวางระเบิดที่บริเวณทางโค้งถนนสายบ้านกีแยมัส ม.4 ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง จ.นราธิวาส มีรถยนต์ได้รับความเสียหายและผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ อบต.ฆอเลาะ คาดเข้าใจผิดว่าเป็นรถของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง
วันนี้ (11 ม.ค.) ร.ต.ท.ธีมดี ศรีหล้าเดโช รองสารวัตรสอบสวน สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์กระบะ ที่บริเวณทางโค้งถนนสายบ้านกีแยมัส ม.4 ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง จ.นราธิวาส จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุกับ พ.ต.อ.เฮรามาน เจ๊ะดี ผกก.สภ.ระแงะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จอดสังเกตการณ์ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เพื่อความปลอดภัย
ในที่เกิดเหตุพบที่บริเวณระหว่างเหล็กกั้นขอบทางริมถนน มีหลุมลึก 30 ซม. กว้าง 50 ซม. และมีผิวยางมะตอมจำนวนหนึ่งกระเด็นออกมาบนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบไว้เพื่อรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ หลังจากเสร็จสิ้นจากการตรวจสอบคนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง 5 จุด ในพื้นที่ 5 อำเภอของ จ.นราธิวาส
จากการประเมินคาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใส่ไว้ในภาชนะใดรวมทั้งตัวจุดชนวนใด ส่วนรถยนต์กระบะที่ได้รับความเสียหาย คนขับได้นำรถไปจอดไว้ที่บริเวณหน้าบ้านพักของชาวบ้านห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม. จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียน กจ 3319 นราธิวาส ซึ่งอยู่ในสภาพถูกอนุภาพของระเบิดที่บริเวณประตูหลังด้านซ้ายยุบเสียหายทั้งบาน และมีกระจกแตกเสียหาย
ส่วนคนขับเจ้าหน้าที่ทราบว่าได้เดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแว้งก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายณัชภัค รามช่วย อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ อบต.ฆอเลาะ มีอาการอักเสบที่กล้ามเนื้อไหล่ด้านซ้ายและหูอื้อ เมื่อทำการปฐมพยาบาลแล้วเสร็จแพทย์ได้ทำหนังสืออนุญาตให้พักรักษาตัว 1 สัปดาห์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายณัฐภัค ได้ขับรถยนต์กระบะออกจากบ้านพักในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เพื่อเดินทางไปยังที่ทำการ อบต.ฆอเลาะ ที่มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบต.ในวันนี้ ขณะขับรถผ่านจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่รถยนต์กระบะของ นายณัฐภัค ที่ขับผ่านจนถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย ก่อนที่ นายณัฐภัค จะตั้งสติได้จึงรีบขับรถยนต์ไปขอความช่วยเหลือชาวบ้าน
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง จึงได้จุดชนวนเพื่อดักสังหารดังกล่าว


