xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มใหญ่เมาขับรถชนดะ นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสเดินข้างถนนดับ 1 ราย รถยนต์และรถจักรยานยนต์เสียหายหลายคัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - หนุ่มใหญ่วัย 51 ปี เมาขับรถชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์เสียหายถึง 9 คัน และชนนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่เดินข้างถนนเสียชีวิตอีก 1 ราย

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 12.07 น. ขณะ ร.ต.อ.สุรชัช แสนจันทร์ รอง สว.(สอบสวน)       สภ.เมืองภูเก็ต ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรจราจร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน บริเวณแยกบางกอกตัดกับถนนพูนผล ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จว.ภูเก็ต จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ    

เมื่อไปถึงพบรถยนต์ยี่ห้อ volvo สีเทา จอดเสียหายอยู่ที่เกิดเหตุ ทราบข้อมูลผู้ขับขี่ คือ นายจตุพล (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บ และมี MR.Loic สัญชาติฝรั่งเศส คนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำส่งคนเจ็บทั้ง 2 คน ไปยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ในที่เกิดเหตุมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จำนวนทั้งสิ้น 9 คัน(รวมของผู้ก่อเหตุ) พนักงานสอบสวน จึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของนายจตุพล พบว่ามีปริมาณ
แอลกอฮอล์เกินที่กฎหมายกำหนด (265มิลลิกรัมเปอร์เซ็น) 


 จากการสอบสวนนายจตุพล เบื้องต้นทราบว่านายจตุพล ขับรถยี่ห้อ วอลโว่ คันดังกล่าวออกจากซอยบางกอก 6 เมื่อขับมาถึงบริเวณหน้า ธนาคาร ธอส. สาขาภูเก็ตถนนบางกอก ตนได้ขับขี่รถไปเฉี่ยวชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนน รวมจำนวน 6 คัน แล้วได้ขับหลบหนีมาถึงบริเวณแยกบางกอกตัดกับถนนพูนผล และรถเสียหลักพุ่งเข้าชน MR.Loic ซึ่งเดินอยู่บนฟุตบาธ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และชนรถจักรยานยนต์  ที่จอดอยู่เสียหายอีกจำนวน 2 คัน 


ต่อมาในวันเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ทราบจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตว่า MR.Loic ได้เสียชีวิตแล้ว พนักงานสอบสวนจึงได้ควบคุมตัวนายจตุพล ดำเนินคดีในข้อหา “เป็นผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ขับรถซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพยืสินของผู้อื่น ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรและไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อตำรวจ และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น” พร้อมทั้งยึดรถยนต์วอลโว่ คันดังกล่าวไว้เป็นของกลาง จะได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป               


กำลังโหลดความคิดเห็น