xs
xsm
sm
md
lg

ยังไม่ถึงครึ่ง! ตำรวจตรังยึดทองคืน 80.40 บาทจากทั้งหมดที่ขโมยจากโรงรับจำนำ 270 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - แถลงจับผู้ต้องหาลักทองโรงจำนำเทศบาลนครตรัง น้ำหนักรวม 270 บาท กว่า 17 ล้านบาท ยึดคืนมาแล้ว 80.40 บาท กว่า 5 ล้านบาท ทั้งสร้อย แหวน นาฬิกา กำไล พระเลี่ยมทอง ส่วนที่เหลืออีกกำลังติดตามตรวจยึดคืน
วันนี้ (9 ม.ค.) ที่ สภ.เมืองตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองตรัง พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นายแพทย์รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วยปลัดเทศบาลนครตรัง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลตรัง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีคนร้ายลักทรัพย์ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ จากสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) มูลค่าทองคำจำนวน 270 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ต่อมาตำรวจจับกุม นายนิพิฐพนธ์ เล้นสิ้น เจ้าหน้าที่โรงรับจำนำ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนถือกุญแจตู้เซฟได้ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง กล่าวว่า เบื้องต้นพบผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงลำพัง แต่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ เพื่อติดตามทรัพย์ที่เหลือกลับคืน โดยเกิดเหตุระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 07.55 น. ตามภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งมีหน้าที่รักษาทรัพย์ของสถานธนานุบาลฯ ลงมือหลังเลิกงาน

จากการสอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่า แบ่งทรัพย์ออกเป็น 4 ส่วน คือ 1.ทองแท่ง ทองรูปพรรณ ไปขายที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่ง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จำนวนประมาณ 50 บาท อยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนติดตามทรัพย์กลับ 2.ทองแท่ง นำไปขายที่ห้างทองแห่งหนึ่ง ในตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง น้ำหนักทอง ประมาณ 80 บาท อยู่ระหว่างการดำเนินการของฝ่ายสืบสวน 3.นำทรัพย์สินบางส่วน ซึ่งเป็นทองรูปพรรณไปซุกซ่อนไว้บริเวณห้องเก็บของ ชั้น 4 ของสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง เจ้าหน้าที่ตามไปตรวจยึดทองรูปพรรณมาได้ จำนวน 31 รายการ น้ำหนักรวม 50.40 บาท 4.นำทองรูปพรรณไปฝากเพื่อนไว้แถวสนามกีฬากลางเทศบาลนครตรัง ติดตามตรวจยึดมาได้ จำนวน 5 รายการ รวมน้ำหนักทอง 30 บาท

รวมเบื้องต้นยึดทองกลับคืนมาได้น้ำหนักรวมจำนวน 80.40 บาท หรือประมาณกว่า 5 ล้านบาท ทั้งสร้อย แหวน นาฬิกา กำไล พระเลี่ยมทอง ส่วนที่เหลืออีกประมาณน้ำหนักทองประมาณ 200 บาท กว่า 13 ล้านบาท ซึ่งมีทองแท่งรวมอยู่ด้วยนั้น ได้ประสานกับร้านทองและโรงรับจำนำแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการของชุดสืบสวนที่จะติดตามกลับคืนมาซึ่งเชื่อว่าจะได้กลับมาทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาว่า ลักทรัพย์ของผู้อื่นในสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นของนายจ้าง หรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้างโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป

ด้านนางบุษบา ทิพย์เหรียญ ผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลนครตรัง กล่าวว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของห้องมั่นคงที่เก็บรักษาทรัพย์มีทั้งหมด 2 ชั้น กุญแจมีทั้งหมด 5 ดอก ผู้ต้องหาซึ่งมีหน้าที่รักษาทรัพย์ที่อยู่ในห้องมั่นคงจะถือกุญแจ 4 ดอก เพราะเขาจะมีสิทธิเหนือผู้จัดการ ตนเองเป็นผู้จัดการถือ 1 ดอก ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ส่วนนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง บอกว่า เท่าที่รับฟังพบว่าแม้จะมีระเบียบกำหนดระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดแล้ว แต่พบว่าอาจมีจุดบอด ซึ่งจะต้องให้ท้องถิ่นจังหวัดตรังรายงานช่องโหว่ดังกล่าวให้หน่วยงานกำกับดูแลให้รับทราบ เพื่อได้ออกระเบียบปฏิบัติให้เข้มงวดมากขึ้น และต่อไปจะให้เชื่อมโยงกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยของสถานธนานุบาลฯ กับห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อให้ตำรวจได้มอนิเตอร์ความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ทางด้านเทศบาลนครตรัง เสนอต่อไปจะต้องมีการตรวจค้นตัวเจ้าหน้าที่ทุกคนเวลาออกจากงานด้วย เพื่อเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย

ส่วนทรัพย์สินของประชาชนที่เหลือนั้น ตำรวจจะติดตามกลับมาโดยเร็ว หากพบส่วนไหนที่หายไป สถานธนานุบาลจะรับผิดชอบให้ หากประชาชนต้องการเป็นทรัพย์ หรือเงินสด แจ้งได้ โดยจะมีการติดต่อกับเจ้าของทรัพย์โดยตรงหลังจากนี้ และจะเปิดให้บริการตามปกติในวันจันทร์ที่ 12 มกราคมนี้ ส่วนของกลางที่ยึดได้ทั้งทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะเก็บไว้เพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น