xs
xsm
sm
md
lg

21 ปีไฟใต้ระลอกใหม่ ปืนหลวงหาย งบละลายแสนล้าน ความสำเร็จเดียวคือ “แม่ทัพ” ได้เลื่อนยศ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์: จุดคบไฟใต้ โดย... ไชยยงค์ มณีพิลึก

ไฟใต้ระลอกใหม่” ที่ถูกจุดให้ลุกโชนจากเหตุการณ์ “ปล้นปืนค่ายปิเหล็ง” หรือกองพลพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ด้วยฝีมือขบวนการแบ่งแยกดินแดน “บีอาร์เอ็นโคออดิเนต” เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 ถึงเวลานี้นับว่าย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 22 แล้ว ก็ต้องจับตากันต่อไปว่า “ปีม้าไฟ” สถานการณ์ไฟใต้จะเร่าร้อนอย่างไร

สำหรับ “ปืนหลวงเกือบ 500 กระบอก” ที่ถูกปล้นไปจากค่ายทหารกลางดึกครั้งนั้น ผ่านมาแล้วกว่า 21 ปียังไม่สามารถติดตามกลับมาได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนที่ได้กลับมาบ้างแล้วมักเป็นการยึดคืนได้จากเหตุปะทะ หรือไม่ก็ปิดล้อมจับกุมแล้วกดดันให้เกิดการวิสามัญฯ “กองกำลังติดอาวุธ” และ “แนวร่วม” บีอาร์เอ็น

หากคิดตามตรรกะง่ายๆ 21 ปีมานี้เรา “ยึดคืนปืนหลวง” กลับมาได้เรื่อยๆ นั่นแสดงว่าปืนที่อยู่ในมือศัตรูต้องร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ต้องไม่ลืมว่าตลอดเวลาที่ไฟใต้ระลอกใหม่ปะทุ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ถูกโจมตีและซุ่มยิงนับครั้งไม่ถ้วน แล้วฝ่ายบีอาร์เอ็นเก็บปืนกลับไปได้ ซึ่งจำนวนน่าจะมากกว่าที่ยึดคืนมาได้เสียด้วยซ้ำ

ดังนี้แล้วน่าจะสรุปได้สั้นๆ ว่า “ปืนหลวง” ที่ยังอยู่ในมือกองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็นไม่ได้ร่อยหรอลงแต่อย่างใด นั่นเท่ากับว่าบีอาร์เอ็นยังมีอาวุธปืนมากมายที่พร้อมต่อสู้รบต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ หรือพร้อมในการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐได้ตลอดเวลานั่นเอง

ในการแถลงข่าวล่าสุดของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้สรุปสถานการณ์รอบ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 ว่า จำนวนการเกิดเหตุและเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ซึ่งเป็นเรื่องดี แถมยังดีต่อเนื่องถึงช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

แต่ไม่ได้หมายความว่า สถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เพราะในทางการข่าวยังพบว่ามี “กองกำลังติดอาวุธ” และ “แนวร่วม” บีอาร์เอ็นเคลื่อนไหวอยู่ทั้งในเขตเมืองและชนบท และโดยเฉพาะในเขตเทือกเขาหลายลูกของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ในขณะที่ฝั่งประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะใน “รัฐกลันตัน” ที่เป็น “ฐานที่มั่น” ของขบวนการบีอาร์เอ็น ในทางการข่าวยังพบบรรดา “แกนนำบีอาร์เอ็น” ยังคงปักหลักเคลื่อนไหวและวางแผนก่อเหตุร้ายในชายแดนใต้ของไทย โดยยังมุ่งหมายต้องการแบ่งแยกดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไม่ลดละ

เรื่องนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าวิเคราะห์แล้วหรือไม่ว่า ความรุนแรงลดช่วง 3 เดือนมานี้เกิดจากสาเหตุใด เช่น ฝ่ายเรามีการปรับเปลี่ยน “ผู้นำหน่วยในพื้นที่” หรือบีอาร์เอ็นหยุดก่อเหตุหันไปเน้นงานมวลชนเพราะ “อุทกภัย” หรือง่วนอยู่กับ “ส่งคนชิงเลือกตั้ง อบต.” เพื่อวางรากฐานการจัดตั้งมวลชนในอนาคต เป็นต้น

ประเด็นส่งคนลงชิงศึก อบต.อาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 เพื่อใช้เป็น “ฐานมวลชน” ไม่ควรดูเบา เพราะหากยึด อบต.ได้มากเท่าไหร่ นั่นยิ่งส่งผลถึงการ “เลือกตั้ง สส.” ที่จะตามมาในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า บีอาร์เอ็นจะส่งคนเข้า “สัปปายะสภาสถาน” ได้กี่มากน้อย

ดังนั้นหลังเสร็จสิ้นศึกเลือกตั้ง อบต.วันที่ 11 มกราคม 2569 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าควรต้องมีข้อมูลทั้ง “รายชื่อ”และ “ตัวเลข” ว่ามีใครบ้าง อบต.แห่งใดบ้าง รวมจำนวนเท่าไหร่ และโดยเฉพาะบีอาร์เอ็นยึดครอง “นายก อบต.” และ “ส.อบต.” แต่ละแห่งได้ระดับไหน

สำหรับ “ศึกเลือกตั้ง อบต.” นอกจากจะเป็นอีกการชี้ชัดประเด็นผลสัมฤทธิ์งานมวลชนของบีอาร์เอ็นว่า จัดตั้ง “หมู่บ้านเข้มแข็ง” และ “ตำบลเข้มแข็ง” แล้ว ยังชี้นำไปสู่การยึดครอง “งบประมาณ” ไปผลักดันต่อยอดการดำเนินตาม “ยุทธศาสตร์” ของบีอาร์เอ็นในพื้นที่ได้อีกด้วย

และนั่นก็เป็นเช่นเดียวกันเมื่อหันไปพิจารณา “ศึกเลือกตั้ง สส.” ที่จะตามมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งในสนามระดับชาตินี้บีอาร์เอ็นหมายมั่นปั้นมือมาตลอดขอมี “ตัวแทน” เข้าไปนั่งในรัฐสภากับเขาด้วย และก็ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านๆ มาทำได้สำเร็จผลให้เห็นไปแล้วด้วย

3 เดือนมานี้แม้เหตุรุนแรงในชายแดนใต้ลดลง แต่เชื่อไหมว่า “งานบ่มเพาะ” ของบีอาร์เอ็นกลับรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ดูได้จากมี “สถานศึกษา” หลายแห่งในชายแดนใต้มีการจัดกิจกรรมที่ “สุ่มเสี่ยง” แต่ก็มีการเผยแพร่ทั้งเนื้อหาและภาพอย่างเปิดเผยในสื่อสังคมออนไลน์

อย่างไรก็ตามดูเหมือน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าไม่ค่อยให้ความสนใจกับการที่สถาบันการศึกษาในชายแดนใต้จัดกิจกรรมเชิงหล่อหลอมให้เป็นเยาวชนเห็นต่างสักเท่าไหร่ ดังนั้นจึงมิพักต้องพูดถึงกิจกรรมบ่มเพาะที่กระทำใน “ทางลับ” เพื่อสร้างกำลังพลคนรุ่นใหม่เข้าสู่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน

ประเด็นนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้?!

21 ปีไฟใต้ระลอกใหม่ นอกจากเผาผลาญงบประมาณไป 6-7 แสนล้านบาทแล้ว ยังมีความสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของทั้งประเทศชาติและประชาชนอีกมากมายมหาศาล ขณะที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านก็ต้องเสียชีวิต บาดเจ็บ พิกลพิการ รวมทั้งสูญทรัพย์สินอีกนับไม่ถ้วน

21 ปีไฟใต้ระลอกใหม่ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” และ “กองทัพ” ตอบได้หรือไม่ว่า มีภาระหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับไฟใต้อะไรบ้างที่ทำแล้วมีความสำเร็จ โดยเฉพาะด้านปฏิบัติการทางทหาร งานการข่าว งานมวลชน ซึ่งทำลายล้าง หรือเอาแค่ขั้นหยุดความเคลื่อนไหวของฝ่ายบีอาร์เอ็นได้บ้าง

21 ปีไฟใต้ระลอกใหม่ ความเข้าใจ “โครงสร้างและกลไกบีอาร์เอ็น” ที่ใช้ขับเคลื่อนขบวนการในชายแดนภาคใต้ได้ขนาดไหน และจะสลาย “ปีกทางการเมือง” ของบีอาร์เอ็นในพื้นที่ได้เมื่อไหร่ หรือว่ายังไม่มีความเข้าใจอะไรเลย

21 ปีไฟใต้ระลอกใหม่ ความคืบหน้าของการทำ “โครงการพาคนกลับบ้าน” ที่ใช้งบประมาณไปแล้วเป็นจำนวนมากมายมหาศาล มีอะไรเป็นผลสำเร็จที่หยิบมาอวดต่อประชาชนได้บ้าง

21 ปีไฟใต้ระลอกใหม่ แก้ปัญหา “ภัยแทรกซ้อน” ไปได้แค่ไหน แล้วทำไมหันไปทางไหนสังคมยังพบเจอแต่เรื่องราวของปัญหาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การค้ามนุษย์ แรงงานข้ามชาติ สินค้าเถื่อน น้ำมันเถื่อน ฯลฯ

อย่าบอกนะว่า 21 ปีไฟใต้ระลอกใหม่ ความสำเร็จอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งคือ “ผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4” ล้วนได้เลื่อนยศจาก “พลโท” เป็น “พลเอก” มาทุกคน


กำลังโหลดความคิดเห็น