ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้ประกอบเรือที่ถูกไฟไหม้เผย เสียหายหนัก ขณะความเสียหายเฉพาะตัวเรือเกือบ 40 ล้าน ส่วนผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว มีผลกระทบเป็นลูกโซ่ นักท่องเที่ยวกระทบหลายร้อยคน
.
จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ท จำนวน 22 ลำ ซึ่งจอดอยู่บริเวณชายหาดอ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 03.51 น. วันนี้ (7 ม.ค.) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก จากการสอบถาม ผู้ประกอบการเรือที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ระบุว่า สำหรับเรือที่ถูกเพลิงไหม้มีมูลค่าไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับแต่ละเจ้า แต่ก็เป็นหลักล้าน ส่วนความเสียหายที่เกิดจากนักท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวมีจำนวนมาก ซึ่งในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการเรือสปีดโบ๊ท จำนวนหลายร้อยคน และมีค่าใช้จ่าย ต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000–1,500 บาท ต่อคน ซึ่งเรือแต่ละลำรองรับนักท่องเที่ยวไม่เท่ากัน ทำให้มูลค่าความเสียหายแตกต่างกันไป
.
อย่างไรก็ตาม วันนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า เกิดเหตุไฟไหม้เรือทำให้ทยอยเดินทางกันมาเป็นจำนวนมาก และเรือที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอกับการให้บริการนักท่องเที่ยวที่จองทัวร์มาก่อน ส่งผลให้หลายโปรแกรมต้องหยุดชะงัก ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นกระทบเป็นลูกโซ่ เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเจ้าของเรือ แต่ส่งผลกระทบไปถึงรถตู้ แรงงาน และอื่นๆ มีบางบริษัทสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ ด้วยการเช่าเรือจากผู้ประกอบการรายอื่น เพื่อให้โปรแกรมท่องเที่ยวดำเนินต่อไปได้ตามปกติ
.
นอกจากนั้นผู้ประกอบการเรือ ยังกล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ ไฟไหม้เรือครั้งใหญ่ที่สุด และไม่เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาก่อน ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมาก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ทันได้ตั้งตัว
ขณะที่นายอดุลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทจำนวน 22 ลำ ในครั้งนี้ เบื้องต้นความเสียหายของตัวเรืออยู่ที่ประมาณ 38 ล้านบาท ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบ ส่วนการป้องกันเรื่องของคราบน้ำที่เกิดจากไฟไหม้ และ เศษขยะ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำแผนป้องกันไว้แล้ว


