ตรัง – ประชาชนงงไม่เคยพบ คนร้ายก่อเหตุชิงทองคำจากสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 ด้าน ตร.เรียกสอบปากคำเจ้าหน้าที่ทุกราย พร้อมเก็บหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นไม่มีร่องรอยงัดแงะคาดเป็นฝีมือคนใน
วันนี้ (6 ม.ค.) เกิดเหตุทองคำที่ประชาชนนำไปจำนำไว้กับสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง อันตรธานหายไปจากตู้เซฟของสถานธนานุบาลฯ ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยเจ้าหน้าที่มาทราบความผิดปกติในวันเปิดทำการวันแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา จึงได้ทำการตรวจสอบทรัพย์สินทั้งกลางวันกลางคืน จนกระทั่งแน่ชัดว่าทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณ หายไปจำนวนหนึ่ง โดยยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด
จากนั้น จึงได้แจ้งผู้บริหารเทศบาลนครตรัง ให้รับทราบในเช้าวันนี้ (6 ม.ค.69) และเจ้าหน้าที่ก็ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง ต่อมา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดตรัง จึงได้เข้าทำการตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุภายในสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง เบื้องต้นพบว่าบริเวณด้านนอกอาคารนั้นมีกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูเหล็กด้านหน้าทางเข้าอาคาร พร้อมกับขึ้นป้ายข้อความประกาศว่า ปิดทำการเป็นเวลา 3 วัน นับจากวันที่ 6-8 มกราคม 2569 เพื่อทำการตรวจทรัพย์รับจำนำอย่างละเอียดต่อไป
จากข้อมูลพบว่า สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 9 คน โดยมีผู้จัดการและเจ้าหน้าที่เวรยามนอนพักอาศัยในอาคาร ส่วนกุญแจมีคนถือ 2 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดทางตำรวจ สภ.เมืองตรัง กำลังเร่งสอบปากคำทีละคนเพื่อต้องการหาเบาะแส และเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งภายในและภายนอกอาคาร แต่เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการงัดแงะจากภายนอก เชื่อเป็นฝีมือของบุคคลภายใน
ขณะเดียวกันพบว่า หลังมีข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปได้มีประชาชนเจ้าของทรัพย์สินโทรศัพท์สอบถาม ทั้งที่สถานธนานุบาล และที่เทศบาลนครตรังจำนวนมาก รวมทั้งได้มีประชาชนบางรายเดินทางไปสังเกตุการณ์บริเวณด้านหน้าสถานธนานุบาล ด้วยความเป็นห่วงทรัพย์สินที่ได้นำมาจำนำไว้ โดยเฉพาะทองคำ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนต่างมั่นใจว่า หากทองคำของตนเองหายไปจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรังคงจะต้องรับผิดชอบ เพราะมีเอกสารสำคัญคือ “ตั๋วจำนำ” อยู่กับตัวเป็นหลักฐาน แต่ไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และไม่เคยพบเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน
โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง กำลังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเจ้าหน้าที่สถานธนานุบาลฯ ทุกคน เพื่อหาเบาะแส และรอการตรวจนับทรัพย์อย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


