ศูนย์ข่าวภูเก็ต – เทศบาลนครภูเก็ต เร่งรื้อร่อนขยะจากบ่อฝังกลบหลังเต็มพื้นที่ทุกบ่อกว่า 1.2 ล้านตัน เตรียมใช้งบอีก 80 ล้าน รื้อขยะออก 2 แสนตันเพื่อรองรับขยะวันละ 1,200 ตัน ก่อนเตาเผาขยะตัวที่ 2 สร้างเสร็จปลายปีนี้
นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดเผยถึงปัญหาขยะและผลกระทบจากกลิ่นขยะที่เกิดขึ้นในพื้นที่รอบๆบ่อฝั่งกลบขยะ ภายหลังนำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ่อฝั่งกลบขยะ วันนี้ (6 ม.ค.68) ว่า ปัจจุบันนี้ขยะจากทั่วทั้งเกาะภูเก็ตเข้าสู่ศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต ไม่ต่ำกว่าวันละ 1,200 ตัน กำจัดโดยการนำเข้าสู่เผาขยะวันละ 700 ตัน ส่วนเกินกว่า 500 ตัน นำเข้าสู่ระบบการฝังกลบ ซึ่งขณะนี้เต็มพื้นที่แล้วเช่นกัน เทศบาลนครภูเก็ตได้แก้ปัญหาด้วยการปรับเกลี่ยพื้นที่บ่อฝังกลบเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับขยะใหม่ที่เข้ามาเพิ่มในทุกๆวัน ซึ่งการปรับเกลี่ยพื้นที่ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะอาจจะส่งผลกระทบต่อประชาชนบ้างในเรื่อของกลิ่น แต่หากไม่ดำเนินการก็จะส่งผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ตได้ ที่จะมีขยะตกค้างในพื้นที่ได้ ซึ่งทางเทศบาลได้พยายามลดปัญหาเรื่องกลิ่นด้วยการขีดพ่นสารจุลรินทรีย์เข้าไปด้วย
“ขยะที่มีอยู่ในพื้นที่ฝังกลบ ณ ตอนนี้ เรียกได้ว่า เต็มจนเกินขีดความสามารถของพื้นที่ที่จะรองรับได้แล้ว โดยพื้นที่จะสามารถรองรับขยะได้ประมาณ 800,000 ตัน แต่ขณะนี้มีถึง 1,200,000 ตัน ทางเทศบาลจึงวางแผนที่จะรื้อร่อนขยะออกจากบ่อฝังกลบเพื่อเพิ่มพื้นที่ฝังกลบในระยะยาว โดยได้ขอการจัดสรรงบประมาณองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จำนวน 30 ล้านบาท เทศบาลสนับสนุนอีก 10 ล้านบาท รวมเป็น 40 ล้านบาท เพื่อรื้อร่อนขยะออก จำนวน 100,000 ตัน และเพิ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากจังหวัดภูเก็ต 26 ล้านบาทเศษ เทศบาลสมทบอีก 13 ล้านบาทเศษ เพื่อรื้อร่อนขยะอีก 100,000 ตัน ก็จะสามารถนำขยะออกไปจากบ่อฝังกลบได้อีก 200,000 ตัน และหลังจากนี้ก็จะขอการจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และได้มีการปรับเพิ่มค่ากำจัดขยะกับทางท้องถิ่นต่างๆ มาบริหารจัดการขยะ ในอนาคตหากมีการดำเนินการจัดการในเรื่องของการรื้อร่อนขยะเสร็จเรียบรื้อก็จะมีหารือปรับลดค่ากำจัดขยะอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้แต่ละท้องถิ่นมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการขยะได้มากขึ้น” นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวและว่า
ขณะนี้ เทศบาลจะต้องเร่งรื้อร่อนขยะจากบ่อฝังกลบให้มีพื้นที่ว่างเพื่อรองรับขยะวันละ 500 ตัน ในช่วงที่รอเตาเผาตัวที่สองแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 ที่จะถึงนี้ และสามารถรองรับขยะได้อีก 500 ตัน
นายศุภโชค กล่าวในตอนท้ายว่า อยากจะฝากถึงทุกคน ทุกฝ่าย และทุกหน่วยงาน ช่วยกันลดขยะจากต้นทาง โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่มีสูงถึง 60% อยากจะให้มีการจัดการกันตั้งแต่ในท้องถิ่น ซึ่งที่ผ่านมา ทางผู้ว่าฯ ก็ได้มีการสั่งการให้ท้องถิ่นต่างๆ ช่วยกันลดปริมาณขยะที่จะส่งเข้าเตาเผา ซึ่งหากทำได้จะทำให้ขยะลดลงได้ในระดับหนึ่ง และโดยเฉพาะในช่วงที่เตาเผาขยะตัวที่สองยังไม่เสร็จ


