xs
xsm
sm
md
lg

พรรคประชาชาติประกาศพร้อมเป็นรัฐบาล สู้ศึกเลือกตั้ง 69 พร้อมทำงานเพื่อประชาชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“วันมูหะมัดนอร์ มะทา-พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง” นำพรรคประชาชาติ สัมมนาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชาติ คึกคัก เน้นรักษาฐานเสียงเดิมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ‘69 โดยตั้งเป้าเป็น “พรรคที่เป็นหลักให้สภา” เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะที่ “ซูการ์โน มะทา” เลขาธิการพรรคประชาชาติ ย้ำต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมอัลมีรอซ ซอยรามคำแหง 5 กรุงเทพฯ ว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมอดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคประชาชาติ กรรมการบริหารพรรคฯ และสมาชิกพรรคฯ เดินทางมาประชุมสัมมนาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชาติ เข้าร่วมอย่างคึกคัก มีสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก

สำหรับกิจกรรมสำคัญในวันนี้ ในช่วงเช้ามีการบรรยายพิเศษ เรื่อง "หาเสียงอย่างไรให้ชนะเลือกตั้ง" โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และ การแสดงวิสัยทัศน์ นโยบายพรรคประชาชาติ: เลือกตั้ง ‘69 เลือกประชาชาติ..เปลี่ยนประเทศไทยดีขึ้น
โดย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ระบุ พรรคประชาชาติมีผลงานที่ชัดเจนและเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน พร้อมมั่นใจจะสามารถรักษาฐานเสียงเดิมในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างเหนียวแน่น เน้นผลงานเชิงรุก แก้ปัญหายาเสพติด-กัญชา และได้กล่าวชื่นชมการทำงานของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ว่าเป็นผู้ที่มีความขยันและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ โดยเฉพาะเรื่อง “การปราบปรามยาเสพติด” ซึ่งถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ให้ความสำคัญอย่างมาก รวมถึงการร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเรื่องกัญชาให้กลับไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ของสังคม

เมื่อถูกถามถึงความมั่นใจในการรักษาฐานเสียงในพื้นที่เดิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวันมูหะมัดนอร์ ตอบด้วยความมั่นใจว่า “แน่นอน” เนื่องจากผลงานของพรรคประชาชาติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้และเห็นผลจริง ไม่ใช่เพียงแค่คำโฆษณา พร้อมย้ำว่า ส.ส. ของพรรคประชาชาติทุกคนมีความพร้อมและตั้งใจที่จะทำหน้าที่สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนเข้าสู่รัฐสภา เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป

"ผลงานของเราเป็นที่ประจักษ์ ประชาชนเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้จริง ทำให้เรามีความมั่นใจว่าการทำงานของ ส.ส. ทุกคนในพื้นที่ และการทำหน้าที่ในสภาฯ จะยังคงได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง" นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้ง โดยระบุว่า พรรคประชาชาติมีความมั่นใจจากประสบการณ์และการยอมรับของประชาชนในครั้งก่อน ซึ่งได้รับคะแนนเสียงบัญชีรายชื่อกว่า 6-7 แสนคะแนน สูงเป็นอันดับต้นๆ ของพรรคการเมืองไทย ในครั้งนี้พรรคจึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้สมัครในเขตที่มีโอกาสชนะสูง เพื่อให้ได้ ส.ส. เข้ามาทำหน้าที่ในสภาให้ได้มากที่สุด เป้าหมายแรกคือการรักษาที่นั่ง ส.ส. เดิม 7 คน จาก 13 เขตในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นหลัก และพยายามขยายพื้นที่เพิ่มเติม โดยเชื่อมั่นว่าตัวแทนของพรรคจะได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่อีกครั้ง เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ความตั้งใจ

ทางด้าน นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความเชื่อมั่นในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเน้นย้ำความพร้อมของพรรคประชาชาติที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อนำงบประมาณลงไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างตรงจุด มั่นใจฐานเสียงเดิมและคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ย้ำจุดยืนต้องเป็นรัฐบาล

นายซูการ์โน เผยว่า จากการลงพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้มีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าในการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคประชาชาติจะยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ไม่เพียงแต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ โดยคาดการณ์ว่าพรรคจะได้คะแนนในส่วนของบัญชีรายชื่อเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

ในส่วนของทิศทางหลังการเลือกตั้ง นายซูการ์โนระบุชัดเจนว่า พรรคประชาชาติตั้งเป้าที่จะเป็น “พรรคร่วมรัฐบาล” เชื่อว่า แม้พรรคประชาชาติอาจจะเริ่มต้นจากการเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคมีความพร้อมที่จะขยับขึ้นเป็น “พรรคขนาดกลาง” ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญ ในการจัดตั้งรัฐบาลและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น