xs
xsm
sm
md
lg

“บัญญัติ” อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุเลือกตั้งครั้งนี้ มั่นใจได้ สส.กลับมาบ้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - “บัญญัติ บรรทัดฐาน” อดีตหัวหน้าพรรคปชป. ระบุ ประชาธิปไตย นักการเมือง ตกต่ำถอยหลังมากที่สุดในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ส่วนเลือกตั้งครั้งนี้ จ.สุราษฎร์ฯ ยังกู้วิกฤตนำผู้สมัครปักธงไม่ได้ทั้ง 7 เขต แต่จะได้กลับมาบ้าง

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในโอกาศนำผู้สมัคร สส.ระบบแบ่งเขต ของพรรค ปชป.ที่หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ว่า ตนคิดว่าชาวบ้านมองการเมืองชัดเจนขึ้น ประสบการณ์ที่ได้รับในช่วง 2-3ปี ที่ผ่านมา ท่ามกลางความผันผวนทางการเมือง ท่ามกลางความตกต่ำของทางการเมือง ความไม่สุจริตทางการเมืองมั่ง อะไรต่ออะไร ที่มันแสดงให้เห็น ความนอกลู่ นอกรอย ตนคิดว่าคนคิดอะไรได้มาก

สำหรับในส่วนของ พรรค ปชป. นับว่าเป็นแนวโน้มที่ดี เพราะเราได้หัวหน้าพรรคใหม่ แต่ที่จริงแล้วก็เป็นคนเก่า ที่เคยแสดงฝีไม้ลายมือ ที่เคยฝากผลงานไว้ให้ความเป็นคนดีของหัวหน้าพรรค และที่สำคัญที่สุดคือการประกาศว่า ต้องหันมามองการเมืองโดยสุจริตกันแล้ว ไม่งั้นบ้านเมืองก็จะไปยาก ตนคิดว่าเข้าตาชาวบ้านเลย เพราะว่าตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตนคิดว่าชาวบ้านเองก็รู้สึกว่าบ้านเมืองมันแย่นะ คำคมที่ท่านหัวหน้าพรรคที่ท่านพูดว่าเศรษฐกิจติดหล่ม สังคมเหลื่อมล้ำ ความเป็นธรรมหดหายไป ชาวบ้านฟังแล้วเข้าใจนี่คือสิ่งที่เขาเห็นในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

เพราะอย่างนั้นใครมีความตั้งอกตั้งใจที่จะได้ทำสิ่งนี้กลับคืนมาสังคมขานรับ ไม่ใช่เฉพาะที่สุราษฎร์ธานี ผมไปหลายที่หลายแห่งการขานรับดีขึ้นมากในทุกภาค ปรากฎการณ์นี้ทำให้พวกเรามีความหวังมากขึ้น และ ในขณะเดียวกันผมคิดว่า สุจริตชนจำนวนมาก เริ่มมีความเบื่อหน่ายทางการเมือง เบื่อการเมืองซึ่งชัดเจนมากนะโพยออกมาทุกครั้ง ที่ออกมาจากหลายสำนักจะพบความจริงว่ายังไม่ตัดสินใจ ที่ยังไม่มีคนเหมาะสมพอ ทำให้เห็นชัดว่าเค้าเริ่มมองเห็นอันตรายของการเมืองแล้ว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ประชาธิปไตยไปได้

เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งคราวนี้ ผมคิดว่ามันเป็นการบ่งบอกถึงอนาคตของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยด้วย ถ้าผลมันออกมามันดีขึ้นจริงทุกคนก็มีความหวังว่าไปได้ ถ้ามันกลับไปสู่วัฏจักรเก่าวังวนเก่าคนก็จะสิ้นหวัง ดังนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นจึงน่าเป็นห่วง

ในส่วนคำถามว่าพรรคส่งผู้สมัคร สส.ในระบบเขตครั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นคนหน้าใหม่นั้น นายบัญญัติตอบว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าคนเก่าเปิดทางให้ และที่น่ายินดีในวันนี้จะเห็นว่าคนเก่าที่เปิดทางก็จะมาช่วยกัน มาให้กำลังใจกันจะว่าคนเหล่านี้จะว่าเป็นหน้าใหม่ทีเดียวก็ไม่เชิง เพราะว่าหลายคนก็เคยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย สส.เก่ามาแล้วหรือหลายคนก็อยู่ในครอบครัวแฟนคลับประชาธิปัตย์ แสดงว่าสนใจการเมืองและมองออกว่าใครเป็นใคร
ในส่วนคำถามว่าการเลือกตั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นทั้ง 7 เขตจะสามารถกอบกู้กลับมาได้ทั้ง 7 เขตหรือไม่ นายบัญญัติตอบว่า จะไปพูดถึงขนาดนั้นคงลำบาก เดี๋ยวจะดูถูกผู้สมัครจากพรรคอื่น ผมคิดว่าคงต้องรอดูเวลาอีกสักพักหนึ่ง ความชัดเจน และคิดว่าหลังปีใหม่คงจะเห็นอะไรชัดเจนขึ้น แต่เชื่อว่ามีกลับมาบ้างแน่นอน แต่จะพูดทั้งหมดมันก็เกินไป
อย่างไรก็ตามตนยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า การเลือกตั้งคราวนี้เป็นการบ่งบอกถึงอนาคตของประเทศ เศรษฐกิจของเราหลุดพ้นจากการติดหล่มได้หรือไม่ สังคมซึ่งเหลื่อมล้ำมากกันอยู่แล้วในขณะนี้ จะได้รับการจัดการดำเนินการโดยรัฐบาลใหม่ได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไรและที่สำคัญที่สุดก็คือว่า ความยุติธรรมในบ้านเมือง ความไม่เป็นธรรมบ้านเมืองท่ามกลางการพูดถึงสีเทาบ้าง สีดำบ้าง ดูว่าจะมีการพูดถึงกันมากขึ้น ผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะสลัดสิ่งเหล่านี้ให้หลุดพ้นไปจากวงการเมืองได้ การเมืองเราก็จะแย่ แล้วอนาคตของประเทศไทยก็คงจะแย่ด้วย เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้อยากจะให้ประชาชนมีความตั้งอกตั้งใจพิจารณากันให้รอบคอบตามสมควร ว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองไหน ผู้รับสมัครรับการเลือกตั้งคนใด ที่จะบอกไว้ตรงนี้ว่าความสุจริตทางการเมืองเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก
ส่วนถามว่ามองอนาคตรัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายบัญญัติตอบว่าที่มองการเมืองในขณะนี้ต้องยอมรับว่าในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาขณะนี้หรือก่อนหน้านี้ต้องถือว่าระบอบประชาธิปไตยของเราตกต่ำมากที่สุด ถอยหลังมากที่สุด พฤติกรรมของนักการเมืองที่ออกมาในหลายครั้งหลายหนพูดอย่างนี้ไม่ใช่หมายความว่านักการเมืองเลวไปหมดนะ คนดีก็มี อย่างที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ท่านทรงรับสั่งว่าในสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ว่าคนไม่ดีในวงการเมืองจำนวนหนึ่งแสดงออก ผมคิดดูแล้วน่ากังวลมาก

ถ้าบอกว่าวันนี้เราไม่จำเป็นไปเรียกร้องให้นักการเมือง มีความเสียสละ เหมือนอย่างคนโบราณเค้าพูดว่า ตัวตายดีกว่าชาติตาย วันนี้เพียงแต่เราเรียกร้องให้นักการเมืองมีความรู้จักละอายแก่ใจ ละอายแก่บาป อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรควรได้อะไรไม่ควรเอา ผมคิดว่าถ้าเรียกร้องได้เพียงเท่านี้สังคมไทยก็จะดีขึ้นเยอะ การเมืองก็จะดีขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่าเลือกตั้งคราวนี้ อย่างน้อยที่สุดก็มองนักการเมืองที่มีความละอายแก่ใจ และ ละอายต่อบาปไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยจะได้ไม่เข้าไปกระทำในสิ่งชั่วร้ายทำให้บ้านเมืองมีปัญหา

ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ดูแล้วยังคงเป็นรัฐบาลผสม ผมยังไม่คิดว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนที่จะชนะอย่างท่วมท้นได้รับเสียงข้างมากเป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียว เพราะว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งเริ่มมีจิตสำนึกในทางที่ดีขึ้น พอเห็นแล้วเข้าใจแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ายังมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ยังติดอยู่ในควันหลงเก่าก็มีอยู่ไม่น้อย และความผูกพันในด้านส่วนตัวบ้าง ความผูกพันอยู่กับบ้านใหญ่บ้าง ล้วนยังเป็นปัจจัยที่ยังห่างกันไม่ออกขณะนี้แต่ที่แน่ใจได้เลยว่าจะไม่มีพรรคการเมืองไหน ที่แลนด์สไลด์เป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้อย่างแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น