สตูล - ศรชล. ทัพเรือ และจังหวัดสตูลระดมกำลังค้นหาผู้รอดชีวิต หลังเรือ 'โรฮิงญา' หนึ่งในสามลำที่มีผู้อพยพรวม 300 คนล่มใกล้เกาะตะรุเตา ใกล้แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ฝ่ายไทยพบแล้ว 6 ศพ มาเลย์พบ 5 ราย รอด 4 ดับ 1
เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลางทะเลอันดามัน เมื่อเรือที่บรรทุกผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ชาวโรฮิงญากว่า 300 คน ประสบเหตุอับปางบริเวณแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ใกล้กับเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล ส่งผลให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งสองประเทศต้องเร่งระดมกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างเร่งด่วน
เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 หน่วยงานความมั่นคงของเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ตรวจพบชาวโรฮิงญาลอยคอ 3 คน และบนเรือยอชต์ 1 คน และต่อมาเรือตรวจการณ์หน่วยยามฝั่งมาเลเซีย ได้พบอีก 1 ศพ รวม 5 คน รอดชีวิต 4 คน เสียชีวิต 1 คน
จากการสอบปากคำผู้รอดชีวิต ทำให้ทราบว่าทั้งหมดเดินทางมากับเรือขนาดใหญ่ที่มีผู้โดยสารประมาณ 300 คน ก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นเรือเล็ก 3 ลำบริเวณแนวเขตชายแดน และมีเรือ 1 ลำเกิดอับปางลง
ต่อมาในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. ศรชล.จังหวัดสตูล และตำรวจน้ำ ได้รับแจ้งจากเครือข่ายประมงว่า พบศพลอยน้ำในบริเวณอ่าวพรชัยและอ่าวขามของเกาะตะรุเตา ศรชล.จว.สตูล, ทัพเรือภาคที่ 3, ตำรวจน้ำสตูล และมูลนิธิกู้ภัย ได้บูรณาการกำลังส่งเรือ ต.273 และเรือตำรวจน้ำ 357 ออกปฏิบัติการเก็บกู้ศพ โดยเบื้องต้นเก็บกู้ได้รวม 6 ศพ เป็นเพศชาย 2 ศพ เพศหญิง 2 ศพ และอีก 2 ศพลอยเข้าเขตน่านน้ำมาเลเซีย
นายคณิต คงช่วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หน่วยงานความมั่นคงทั้งหมดของจังหวัดสตูล คือ ศรชล. และตำรวจน้ำ จะปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม โดยต้องดูแลและรักษาความปลอดภัยของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ หากพบผู้รอดชีวิตก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งในอดีตเคยมีผู้โยกย้ายถิ่นฐานกลุ่มนี้มาพักอาศัยชั่วคราวในพื้นที่ และเป้าหมายของพวกเขาคือการเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม
สถานการณ์ล่าสุด ศรชล.ภาค 3 ทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่จังหวัดสตูล ได้จัดส่งเรือออกค้นหาเรือและผู้รอดชีวิตชาวโรฮีนจาอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะนี้ยังไม่พบเพิ่มเติม เช่นเดียวกับการค้นหาของทางการมาเลเซีย


