นราธิวาส - มาเลเซียเอาจริงเริ่มรื้อถอนท่าเรือผิดกฎหมายซึ่งมีแม่น้ำโก-ลก เป็นเส้นกั้นพรมแดนแล้ว ทั้งยังเตรียมก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนถาวร ขานรับไทยสกัดกั้นยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายและผู้ก่อเหตุรุนแรงหนีไปกบดาน รวมทั้งป้องกันน้ำท่วม
วันนี้ (28 ต.ค.) ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน หรือ หน่วย PGA เจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินรัฐกลันตัน และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมืองรันตูปันยัง ได้นำรถแบกโฮ, รถ JCB, และสว่านไฟฟ้ากระแทกเจาะพื้น พร้อมบุคคลากรจำนวนหนึ่ง มาทำการรื้อถอนท่าเรือผิดกฎหมาย ซึ่งตั้งอยู่ตำบลปาเสมัส รัฐกลันตัน ตรงกันข้ามกับท่าเรือผ่อนปรน ท่าชุมชนหัวสะพาน ท่ากอไผ่และชุมชนท่าโรงเลื่อย อ.สุไหงโก-ลก ของ จ.นราธิวาส จำนวน 3 ท่า ซึ่งมีแม่น้ำโก-ลก เป็นเส้นกั้นพรมแดน ซึ่งการรื้อถอนในครั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ได้ปิดประกาศแจ้งเตือนเป็นการล่วงหน้าไว้ก่อนหน้าแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา
ซึ่งการรื้อถอนท่าเรือในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการเคลื่อนย้ายแพออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งได้ใช้รถแบกโฮ และรถ JCB รวมทั้งส่วนไฟฟ้ากระแทกส่วนที่เป็นปูนซิเมนต์ รวมทั้งขั้นบันได เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนทั้ง 2 ฟากฝั่งไทยมาเลเซีย สามารถใช้ท่าเรือดังกล่าวได้อีกต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทางการประเทศมาเลเซีย จะมีแผนรื้อถอนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมด
โดยโครงการดังกล่าวเริ่มต้นกระบวนการรื้อถอนท่าเรือผิดกฎหมายที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดินของรัฐ จำนวน 153 แห่ง จากจำนวนทั้งหมด 212 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลของเอกชน จากเมืองเปิงกาลันกูโบร์ ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ อ.ตากใบ จรดเมืองรันตูปันยัง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก มีจำนวน 54 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดินของรัฐ ส่วนพื้นที่ของเอกชนที่เป็นที่ดินส่วนบุคคลที่ทำเป็นท่าเรือข้ามฟากผิดกฎหมายมีจำนวน 59 แห่ง อยู่ในระหว่างการตกลงเพื่อจ่ายเงินชดเชยหรือเวนคืน
โดยโครงการดังกล่าวรัฐบาลประเทศมาเลเซีย ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 11,000 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนถาวรตลอดแนวแม่น้ำโก-ลก มีความยาว 50 กิโลเมตร เพื่อยกระดับความมั่นคงในการสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย สินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และการแฝงตัวของผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบหนีข้ามแดนไปกบดาน อีกทั้งยังถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ โดยกำแพงดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันน้ำท่วมถาวร ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวมาเลเซียที่อาศัยอยู่ริมฝั่งของแม่น้ำโก-ลกในอีกทางหนึ่งด้วย
ซึ่งในโอกาสต่อไปหลังจากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ รัฐบาลประเทศมาเลเซีย มีแนวคิดที่จะดำเนินการก่อสร้างรั้วความมั่นคงอิเล็กทรอนิกส์ตามแนวชายแดน ที่ประเทศไทยได้ก่อสร้างขึ้นเป็นรูปธรรมในพื้นที่ อ.ตากใบ สมัย พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ ที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4
ด้าน ร.อ.ธนพนธ์ พันธ์โภชน์ ผู้บังคับกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 5 เมื่อทราบข่าวได้เดินทางมาติดตามสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวสอบถามเจ้าหน้าที่ทางการและประชาชนชาวมาเลเซีย ที่อาศัยอยู่ในละแวกท่าเรือข้ามฟากผิดกฎหมายของเมืองรันตูปันยัง ถึงจุดประสงค์การรื้อถอนของทางการประเทศมาเลเซียในครั้งนี้ รวมทั้งได้ถือโอกาสประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวไทยที่ใช้เส้นทางท่าเรือผิดกฎหมายในการสัญจรเดินทางไปมาหาสู่ ให้ระมัดระวังอาจจะถูกทางการประเทศมาเลเซียจับกุม ที่ฝ่าฝืนคำสั่งหลังจากรื้อถอนแล้วยังมีการแอบลักลอบเข้าประเทศอีก


