ยะลา - เกษตรอำเภอเบตงลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากช้างป่าบึกทำลายสวนทุเรียน ด้าน ส.ส.จังหวัดยะลา วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ หลังทำลายสวนทุเรียนต่อเนื่อง
วันนี้ (27 ส.ค.) นางสาวอาภรณ์ รัตนพิบูลย์ เกษตรอำเภอเบตง พร้อมด้วย นางสาวภัทรสิริตา พรหมประสิทธิ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และ นางสาววีนัส ศักดิ์สองเมือง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ร่วมกับผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ประสบภัยช้างป่าบุกทำลายสวนทุเรียน จำนวน 4 ราย พบต้นทุเรียนที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตรวมทั้งระบบน้ำได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งได้ให้คำแนะนำขั้นตอนในการปฏิบัติเพื่อขอรับความช่วยเหลือเบื้องต้น ณ หมู่ที่ 7 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา
สำหรับการให้ความช่วยเหลือกรณีผู้ประสบภัยที่พืชตาย หรือเสียหายตามจำนวนพื้นที่ทำการเกษตรจริง ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ในอัตรา พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ไร่ละ 4,048 บาท เป็นต้น
ด้าน นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.จังหวัดยะลา กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน กรณีมีช้างป่าออกมาทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสวนทุเรียนที่ได้รับความเสียหายต่อเนื่องทุกวัน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าดำเนินการผลักดันหรือย้ายช้างป่าออกนอกพื้นที่โดยเร็ว พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลและคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ผลักดันให้มีการประกาศค่าชดเชยเยียวยาความเสียหายในราชกิจจานุเบกษา โดยจากเดิมมีการชดเชยทุเรียนเพียงต้นละประมาณ 200 บาท ล่าสุดได้ปรับอัตราชดเชยเพิ่มขึ้นเป็นลูกทุเรียนกิโลกรัมละกว่า 35 บาท และต้นทุเรียนต้นละราว 20,000 บาท
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประกาศอัตราชดเชยแล้ว แต่เกษตรกรยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ซึ่งกระทบต่อรายได้อย่างรุนแรง เนื่องจากผลผลิตทุเรียนที่คาดหวังจะสร้างรายได้ในปีนี้กลับถูกช้างป่าทำลายจนหมด จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดจ่ายเงินชดเชยโดยใช้งบประมาณภัยพิบัติของจังหวัดไปก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจและราคาผลไม้ตกต่ำ