นราธิวาส - คืบหน้าเหตุระเบิดซ้ำในพื้นที่เหมืองที่ถูกคนร้ายบุกทำลายและเผารถของบริษัทก่อนหน้านี้ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบไว้ในแปปเหล็กทรงกลม หนักประมาณ 2 กิโลกรัม คนงานมาช่วยเจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่เหยียบกับดักจนเกิดระเบิด
วันนี้ (26 ส.ค.) ความคืบหน้ากรณีเกิดระเบิดในพื้นที่เหมืองของบริษัท เอเชียเหมืองแร่อุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บ้านไอซือเร๊ะ ม.3 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ หลังจากเกิดเหตุคนร้ายวางเพลิงและทำลายแบกโฮและรถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อของบริษัทได้รับความเสียหายเมื่อวันที่ 21 ส.ค.นั้น
ล่าสุด จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่คนร้ายลอบวางเพลิงและทำลายรถยนต์อีกครั้งเป็นวันที่สอง เพื่อให้แล้วเสร็จ โดยเฉพาะบริเวณใต้รถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อ ที่คนร้ายใช้บุ้งกี๋ของรถแบกโฮกระชากจนตะแคง ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะมีวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดซุกซ่อนไว้ จึงได้มีการประสานไปยังนายนายซับรี ตาเย๊ะ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้ดูแลเหมืองแร่ เพื่อขอสนับสนุนรถแบกโฮให้ช่วยยกรถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อ ให้หงายขึ้น ในการตรวจสอบใต้ท้องรถ
นายนายซับรีได้ประสานให้นายอัสมี อาแซ อายุ 54 ปี พนักงานขับรถแบกโฮ มาช่วยขับรถแบกโฮเพื่อพลิกรถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อที่ตะแคงอยู่ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบใต้รถเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีสิ่งแปลกปลอมหลงเหลืออยู่ และในระหว่างที่นายอัสมีและนายซับรีเดินไปหยิบอุปกรณ์รวมถึงน้ำมันมาเติมรถแบกโฮที่บ้านพักคนงานเพื่อที่จะสนับสนุนเจ้าหน้าที่นั้น นายอัสมีได้เดินเท้าไปเหยียบกับดักที่มีระเบิดของคนร้ายที่ฝังอยู่แนวทางเดิน จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้นายอัสมีและนายซับรีล้มทั้งยืน นายอัสมีโชคร้ายถูกสะเก็ดระเบิดจนขาด้านขวาขาด ส่วนนายซับรีมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยเหลือส่งรักษาที่โรงพยาบาลจะแนะอย่างเร่งด่วน
ต่อมา นายพิชิต รุ่งประเสริฐ นายอำเภอจะแนะ หลังรับแจ้งเหตุได้เดินทางมาดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก็ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 1 ฟุต มีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในแปปเหล็กทรงกลม หนักประมาณ 2 กิโลกรัมตกกระจายเกลื่อนพื้น
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า กลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงได้มีจดหมายเรียกค่าคุ้มครองจากบริษัทเหมืองแร่ดังกล่าวไม่ทราบจำนวนเงินที่แน่ชัด แต่บริษัทเหมืองแร่เพิกเฉยและเลยเวลาขีดเส้นตาย คนร้ายจึงบุกวางเพลิงรถและทำลายอาคารสำนักงานและบ้านพักคนงานดังกล่าว อีกทั้งยังมีการข่มขู่ไม่ให้คนงานที่ทำงานเหมืองแร่เข้ามาทำงาน หากไม่เชื่อฟังจะไม่รับรองความปลอดภัย