พัทลุง - ตำรวจสอบสวนกลางวางแผนจับผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดคาสวนผลไม้ในพื้นที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ตรวจค้นพบปืนพกสั้นและยาบ้า อีกทั้งยังพบปืนลูกซองยาวในบ้านพัก อ้างเป็นคนชอบปืนจึงซื้อมาสะสมไว้
วันนี้ (18 มิ.ย.) ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกำลังของกองปราบ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. วางแผนและกระจายกำลังเข้าปิดล้อมจับกุม นายจักรกฤษ์ สะหาก อายุ 33 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ จ.266/2566 ซึ่งถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกระทำการเพื่อการค้า การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และสามารถจับกุมเอาไว้ได้ขณะกำลังตัดหญ้าอยู่ในสวนผลไม้ พื้นที่หมู่ 2 ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง โดยไม่มีโอกาสต่อสู้หรือขัดขืน
จากการตรวจค้นในกระเป๋าซึ่งแขวนไว้บนต้นทุเรียน พบอาวุธปืนพกสั้นชนิดลูกโม่ พร้อมกระสุนปืนภายในลูกโม่ขนาด .357 จำนวน 6 นัด และยาบ้าอีก 71 เม็ด ก่อนจะได้คุมตัวไปตรวจค้นต่อที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ในพื้นที่หมู่ 2 ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง พบอาวุธปืนลูกซองยาวพิงอยู่ข้างประตูภายในห้องนอน และมีลูกกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 20 นัด อยู่ภายในถุงพลาสติกสีดำ โดยปืนที่พบทั้ง 2 กระบอก เป็นปืนไม่มีทะเบียน
จากการสอบสวน นายจักรกฤษ์ ยอมรับสารภาพว่า ทั้งปืน กระสุนปืนและยาบ้าที่ยึดได้ เป็นของตนเองจริง แต่ปฏิเสธในคดีจำหน่ายยาเสพติดที่ถูกออกหมายจับ และไม่ขอให้การในชั้นจับกุม ขอให้การในชั้นสอบสวน จึงถูกแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 3 ข้อหาคือ “มีอาวุธปืน (ไม่มีทะเบียน) และเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายหนึ่ง
นายจักรกฤษ์ ให้การว่า ยาบ้าได้ซื้อมาจากเพื่อนในพื้นที่ ต.หนองธง อ.ป่าบอน ในราคาเม็ดละ 25 บาท แต่อ้างว่าซื้อมาไว้เสพ โดยตนเสพยาบ้าประมาณวันละ 10 เม็ด ส่วนอาวุธปืนตนเป็นคนที่ชื่นชอบอาวุธปืนจึงซื้อมาเก็บไว้เพื่อสะสม โดยซื้อมาจากเพื่อนที่ จ.กระบี่ ปืนลูกโม่ราคา 30,000 บาท และอาวุธปืนลูกซอง 25,000 บาท
จากนั้นชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าบอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป