xs
xsm
sm
md
lg

“ตำรวจคาใจตำรวจ” ข้องใจทำสำนวนคดีสวนทางข้อมูลพยาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครศรีธรรมราช - รอง ผกก.สอบสวน ตำรวจไซเบอร์ผู้เสียหายคดีแจ้งความตำรวจ ผกก.นอกราชการบุกรุกลักทรัพย์ คาใจพนักงานสอบสวน สภ.ขนอม ทำสำนวนคดีตั้งข้อสังเกตความผิดปกติ สำนวนกับข้อมูลพยานไปคนละทาง แนบความเห็นไม่ฟ้องส่งอัยกา

วันนี้ (24 มี.ค.) พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ เสือทอง รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการ สอท.5 ซึ่งเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีลักทรัพย์ 1 คดี และร่วมกันบุกรุกหลังจากพิพาทที่ดินกับ พ.ต.อ. อดีตผู้กำกับการหลายท้องที่ในเขตตำรวจภูธรภาค 8 และได้ร้องเรียนเปิดเผยข้อมูลข้อสังเกตในการทำสำนวนคดี จนกลายเป็นข่าวโด่งดังถูกให้ความสนใจอย่างมากเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยเรื่องนี้มีความคืบหน้าของคดีอีกครั้ง โดย พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ได้ระบุว่านี่คือข้อสังเกตการทำคดีที่เกิดขึ้น และนี่คือตำรวจด้วยกัน หากเป็นชาวบ้านไม่ต้องสงสัยว่าจะทำอะไรไม่ได้เลย

พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ระบุว่า พนักงานสอบสวน สภ.ขนอม ท้องที่เกิดเหตุหลังจากกว่า 1 ปีได้สรุปสำนวนมีความเห็นแนบท้ายเห็นควรสั่งไม่ฟ้องให้พนักงานอัยการ และพนักงานอัยการได้สั่งไม่ฟ้องเช่นกัน ซึ่งตนได้ติดตามไปที่สำนักงานอัยการและขอพบอัยการกลับไม่ได้พบ แต่ได้รับข้อมูลว่าได้ส่งต่อไปอัยการภาคพิจารณาต่อแล้ว นี่เป็นข้อสังเกตอีกประการคือการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องของอัยการจะมีขั้นตอนละเอียด แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใดจึงมีความเร็วมาก หลังจากนั้นได้มีการขอรายงานการสอบสวนกลับพบประเด็นที่น่าสงสัยและข้อสังเกตสำคัญ

“ในฐานะพนักงานสอบสวนข้อสังเกตในคดีนี้นอกจากความไม่ปกติในขั้นตอนแล้ว คดีถูกผมแจ้งความไป 3 คดี คือ บุกรุก 2 คดี ลักทรัพย์ 1 คดี ต่างกรรมต่างวาระแต่กลับมีการรวมเป็นเรื่องเดียวกัน พยานจำนวน 6 รายซึ่งเป็นคนดั้งเดิมในพื้นที่ ทุกคนยืนยันถึงการทำกินในที่ดินของครอบครัวผม แต่ในสำนวนกลับสวนทางกันคือทำนองไม่รู้ว่าที่ดินเป็นของใคร ยิ่งทำให้สงสัย รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบที่ดินโดยเฉพาะฝั่ง น.ส.3 ก.ของคู่กรณีเหตุใดถึงทำไม่ได้ทั้งที่เป็นคดีอาญา มีข้อพิพาท”

พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ส่วนตัวยังถูกคู่กรณีรายนี้แจ้งความมาตั้งแต่ปี 2565 ถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์และบุกรุกพิพาทในที่ดินแปลงเดียวกันนี้ มีตำรวจโทรมาที่ตนข่มขู่ หลังจากนั้นไม่นานมีตำรวจมาตรวจปัสสาวะคนในบ้านอีกคนอายุกว่า 50 ปี ปี 2566 ตนได้ร้องไปยังจเรตำรวจ ต่อมาทราบว่าคู่กรณีได้ไปถอนแจ้งความ เมื่อไปถามตำรวจกลับตอบว่าเขาถอนด้วยวาจา และเมื่อ 8 ก.ค.67 รายเดิมได้มาแจ้งความอีกครั้ง คือแบบนี้ได้ใช่หรือไม่ เวลาตั้งแต่ปี 2565 คดีนี้เหตุใดไม่ถึงไหนยังอยู่ที่พนักงานสอบสวน ผมยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเลยทำไมล่าช้ามาก ความไม่ปกติในกระบวนการมันมีมาก นี่ขนาดเป็นตำรวจด้วยกันไม่ต้องพูดถึงชาวบ้านเจอแบบนี้หมดทางสู้ใช่หรือไม่

“ล่าสุดนั้นได้ทำหนังสือร้องไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.นครศรีธรรมราช ในข้อสังเกตทางกฎหมายและขั้นตอนการดำเนินคดีเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างการดำเนินการ นอกจากนั้นกำลังพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องตรงต่อศาลหรือไม่ ที่ผ่านมาได้เคารพในขั้นตอนคือการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านพนักงานสอบสวนไปตามลำดับ แต่เมื่อเป็นแบบนี้อาจต้องพิจารณาฟ้องเอง”

โดยกรณีนี้ เมื่อสิงหาคม 2567 พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ เสือทอง รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการ สอท.5 ได้นำข้อมูลร้องเรียนในกรณีได้รับความเดือดร้อนเพื่อเป็นอุทาหรณ์ในการทำหน้าที่ของตำรวจผู้ที่จะต้องคอยดูแลความเดือดร้อนของประชาชนตามกฎหมาย กรณีแปลงที่ดินเกษตรกรรมที่มีทุเรียน มังคุด ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เนื้อที่รวมประมาณ 30 ไร่เศษ โดยแปลงที่ดินอยู่บนริมเส้นทางขึ้นน้ำตกเสม็ดชุน หมู่ 7 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแปลงที่ดินทำกินของบรรพบุรุษตกทอดมาถึงบิดา และปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของตนเองและน้องสาว เป็นที่ดินครอบครองทำกินมีสมุดเกษตรกรกำกับไว้ และได้มีปัญหาพิพาทในแปลงครอบครองนี้กับนายตำรวจนอกราชการระดับพันตำรวจเอกดังกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น