xs
xsm
sm
md
lg

ม.อ.ขับเคลื่อนนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2573

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกในมหาวิทยาลัย นำร่องเป็นต้นแบบขยายองค์ความรู้สู่ชุมชน จังหวัด และประเทศ พร้อมตั้งเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2573 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

รศ.ดร.ธนิต เฉลิมยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและการเงิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป กระทบถึงการใช้ชีวิตของคนทั่วโลก ทุกองค์กรและทุกคนบนโลกต้องช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่จะเป็นหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ เพื่อสอดรับนโยบายของประเทศและมุ่งเป้าสู่ระดับโลก

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ เพื่อขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดทำงานจำนวน 3 ชุด จากการบูรณาการทั้ง 5 วิทยาเขต ได้แก่ ชุดที่ 1 นำโดย รศ.ดร.จรงค์พันธ์ มุสิกะวงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อประเมินและออกแบบแพลตฟอร์มในการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมหาวิทยาลัยให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งจะเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่สามารถคำนวณได้แบบเรียลไทม์ ส่วนคณะชุดที่ 2 นำโดย รศ.ดร.พลชาติ โชติการ คณบดีคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ในการจัดทำ Roadmap เพื่อดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน และชุดที่ 3 นำโดย ศ.ดร.อัญชนา ประเทพ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ ผ่านการอบรมและหลักสูตรการเรียนการสอนในเรื่องของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยคณะทำงานทั้ง 3 ชุดนี้ จะบูรณาการการทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นหนึ่งฟันเฟืองที่ทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุด


รศ.ดร.ธนิต กล่าวต่ออีกว่า จากการแต่งตั้งคณะทำงานทั้ง 3 ชุด ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้ง 5 วิทยาเขต ได้ริเริ่มดำเนินการนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ เพื่อขับเคลื่อนเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำ Solar Rooftop หรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มาชดเชยพลังงานที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้าหรือพลังงานที่มาจากเชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมหาวิทยาลัยยังลด Food Waste หรือเศษอาหาร โดยการพยายามบริโภคอาหารที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ไม่เหลือทิ้ง และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่จะดำเนินการต่อในอนาคต ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบุคลากรของมหาวิทยาลัย

“ปัญหาก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้สภาพภูมิอากาศในโลกยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปนั้น ม.อ. ในฐานะสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีความเข้มแข็งทางวิชาการ มีนักวิจัยที่มีองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์มากมายในทุกมิติ พร้อมเดินหน้านำร่องเพื่อบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) และต่อยอดองค์ความรู้เพื่อเป็นต้นแบบแก่หน่วยงานอื่นๆ ทั้งในระดับชุมชน จังหวัด และประเทศต่อไป” รศ.ดร.ธนิต กล่าวทิ้งท้าย


ด้าน ศ.ดร.อัญชนา ประเทพ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า หนึ่งในความภาคภูมิใจของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คือการผ่านการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization หรือ Corporate Carbon Footprint: CCF) เพื่อรับรองข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมองค์ความรู้แก่บุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากคณะและขยายไปยังทุกวิทยาเขต ผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนที่คณะจัดทำขึ้นว่าด้วยเรื่องของการเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และหลักสูตรวิชาโทเรื่อง Carbon Neutrality รวมถึงการอบรมให้ความรู้เรื่อง Low Carbon Event การประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization, CFO) และคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product, CFP) ทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ผ่าน PSU MOOC ที่สามารถให้ความรู้แก่ผู้สนใจได้ทุกที่ทุกเวลาเช่นเดียวกัน

นอกจากการดำเนินการในมหาวิทยาลัยทั้ง 5 วิทยาเขตแล้ว ยังมีการขยายองค์ความรู้ไปยังหน่วยงานภายนอก เช่น วิทยาเขตปัตตานีที่ได้จัดทำโครงการคาร์บอนเครดิต Premium T-Ver เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนบริเวณ Blue Lake ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ สร้างองค์ความรู้และพัฒนาคน รวมถึงสร้างคาร์บอนเครดิตและสังคมเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ร่วมกับจังหวัดปัตตานี และวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีอาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่ได้ทำงานร่วมกับสหกรณ์ปาล์ม โดยได้จัดทำชุดความรู้เพื่อเป็นต้นแบบเกี่ยวกับความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนผ่านสวนปาล์ม และอีกหลายหน่วยงานที่สนใจ

“มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยอธิการบดีได้ประกาศนโยบายในการก้าวเข้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 ซึ่งเรื่องของการเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนต้องอาศัยทุกภาคส่วน โดยบริบทของสงขลานครินทร์พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในทุกมิติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยและสังคมไทยเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ศ.ดร.อัญชนา กล่าวทิ้งท้าย




กำลังโหลดความคิดเห็น