xs
xsm
sm
md
lg

ตามส่องศูนย์เรียนรู้มูลนิธิบ้านศรีชุมพาบาล เปิดสอน 3 ภาษา ให้เด็กพม่ากว่า 300 คน กลางเมืองภูเก็ต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ตามส่องศูนย์เรียนรู้ มูลนิธิบ้านศรีชุมพาบาล เปิดสอน 3 ภาษา เด็กพม่ากว่า 300 คน เรียนฟรี ห้องแอร์เย็นฉ่ำ เป็นแค่ศูนย์เรียนรู้ หรือโรงเรียน แต่พบจัดให้มีการเรียนการสอน แบ่งชั้นเรียนชัดเจน ทั้งๆ ที่ยังไม่ขอจัดตั้ง


จากกรณีตกเป็นข่าวดัง มีการเปิดโรงเรียนสอนเด็กพม่ากว่า 300 คน กลางเมืองภูเก็ต เรียนฟรี กินฟรี จนทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งปกครองจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมือง แรงงาน และ กอ.รมน. ด่านตรวจค้นเข้าเมือง ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ภายใต้มูลนิธิบ้านศรีชุมพาบาล ซอยหัชนานิเวศน์ 2/9 ถนนอนุภาษภูเก็ตการ ต.ตลาดใหญ่ อ.มือง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่กลางชุมชน


โดยมีป้ายข้อความระบุว่าเป็นมูลนิธิ บ้านศรีชุมพาบาล และมีข้อความภาษาอังกฤษ นอกจากนั้น ห้องโถงหรือลานกิจรรมมีป้ายระบุว่าเป็นศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กคณะศรีชุมพาบาล นอกจากนั้น ยังมีห้องกินอาหาร ห้องครัว ห้องกิจกรรม ห้องรับแขก ห้องน้ำ มีรั้วรอบขอบชิด


ชั้น 2 และ ชั้น 3 แบ่งเป็นห้องเรียน มีการติดแอร์เย็นฉ่ำ และที่กระจกหน้าห้องจะมีกระดาษติดไว้ แจ้งแบ่งระดับชั้นเรียน ซึ่งมีจำนวน 14 เกรด นอกจากนั้น ที่ชั้น 2 ยังมีห้องสมุด ห้องพักครู มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งมีชาร์ตรายชื่อผู้บริหาร และบุคลากร ครูติดอยู่ รวมทั้งตารางสอน และอื่นๆ มองยังงัยก็เป็นสถานที่ที่จัดให้มีการเรียนการสอน เด็กชาวพม่ากกว่า 300 คน มีชุดยูนิฟอร์ม สวมใส่ และเปิดรับเด็กแบบมาเช้ากลับเย็น


ในส่วนของการเรียนการสอน พบว่า มีการเปิดสอนภาษาให้เด็ก 3 ภาษา ประกอบด้วย ภาษาไทย ภาษาพม่า และภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นยังจัดมีการสอนวิชาคณิต วิทยาศาสตร์ ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม การใช้ชีวิต และอื่นๆ รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ


และจากการตรวจสอบพบว่า ในส่วนของมูลนิธิมีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิถูกต้อง แต่ในส่วนของศูนย์เรียนรู้ยังไม่มีการขออนุญาตจัดตั้งแต่อย่างใด เนื่องจากติดขัดในขั้นตอนการขอ จึงไม่มีการดำเนินการต่อ


ซิสเตอร์ลักขณา สุขสุจิตร ผู้อำนวยการศูนย์คณะภคินีศรีชุมพาบาล ให้ข้อมูลว่า ที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 11 ปี ซึ่งมีความตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ที่อยู่ในชุมชน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวแรงงานข้ามชาติ ซึ่งมักขาดโอกาสทางการศึกษา เดิมศูนย์ได้รับเงินสนับสนุนจากหน่วยงานการกุศลต่างประเทศ แต่เมื่อจำนวนเด็กเพิ่มขึ้นถึง 300 กว่าคน งบประมาณไม่เพียงพอ จึงมีการประชุมผู้ปกครองเพื่อกำหนดค่าใช้จ่าย โดยเริ่มจาก 500 บาท และปรับเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อราย อย่างไรก็ตาม การเก็บเงินไม่ได้เป็นข้อบังคับ หากครอบครัวใดมีความลำบากสามารถยกเว้นค่าใช้จ่ายได้


ส่วนกรณีที่มีการติดตั้งห้องเรียนกระจก และติดแอร์ เพื่อลดเสียงรบกวนชุมชน โดยในศูนย์จัดให้มีการการเรียนการสอน 3 ภาษา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระบบโรงเรียนไทย


อย่างไรก็ตาม สำหรับศูนย์แห่งนี้ หลังมีการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ามีจัดให้มีการเรียนการสอนโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางจังหวัดได้สั่งให้หยุดการเรียนสอนไปก่อนจนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วเสร็จ หลังจากนั้นหากพบว่ามีการการเปิดไม่ถูกต้องจะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
















กำลังโหลดความคิดเห็น