ตรัง - เกิดโรคปากเท้าเปื่อยระบาดหนักในโค ในพื้นที่ 3 หมู่บ้านของตำบลห้วยนาง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ทำให้วัวป่วยตายรายวัน ชาวบ้านเผยแจ้งปศุสัตว์เข้าตรวจสอบทำได้แค่ให้ยาไว้เล็กน้อยแล้วกลับ
วันนี้ (9 ม.ค.) นายพรชัย สุวรรณอัมพร นายกเทศมนตรีตำบลห้วยนาง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นำผู้สื่อข่าวลงตรวจสอบพื้นที่ 3 หมู่บ้านของตำบลห้วยนาง ประกอบด้วย หมู่ที่ 4, 5 และ 8 หลังพบว่า โรคปากเท้าเปื่อยในโคมีการระบาดหนัก ทำวัวติดเชื้อแล้วหลายร้อยตัว ตายไปแล้วหลายสิบตัว และขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยโรคปากเท้าเปื่อยวัวเริ่มพบการระบาดในพื้นที่หมู่ที่ 4 ต.ห้วยนาง เป็นจุดแรก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 แต่ผ่านมาแล้วเกือบ 4 เดือน ยังควบคุมพื้นที่ไม่ได้ กลับมีการระบาดขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ในขณะนี้จะผ่านฤดูฝนไปแล้ว แต่การระบาดยังรุนแรง ทั้งนี้ วัวบางฝูงมีมากกว่า 100 ตัว ได้ทยอยตายลงทุกวันๆ ละ 1-5 ตัว ส่วนที่เหลือนอนรอวันตาย เพราะอาการร่อแร่ติดเชื้อหมดแล้วทุกตัว โดยเฉพาะลูกวัวตัวเล็กๆ ร่างกายจะอ่อนแอตายได้ง่ายกว่า
ด้านชาวบ้าน บอกว่า พอวัวติดเชื้อรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้ามาดูแล เอายาแก้ไข้ ยาบำรุง ยาฆ่าเชื้อมาให้สักชุด แล้วก็หายไป และบอกให้ชาวบ้านไปหาซื้อยามารักษากันเอง ซึ่งยาก็แพง ซื้อครั้งละกว่า 1,100 บาท แต่หากได้ให้ยารักษาได้รวดเร็วและทั่วถึงวัวก็รอด แต่หากไม่มีเงินรักษา และมีวัวจำนวนมากดูแลรักษาไม่ทัน ไม่มีเงินซื้อ อาการก็จะรุนแรงและทยอยตาย
ขณะที่ชาวบ้านหลายรายแปลกใจว่า ทำไมไปรับวัคซีนจากปศุสัตว์อำเภอมาฉีดแล้ว แต่ผ่านไปประมาณ 1 เดือน วัวกลับมาติดเชื้อ ทั้งที่มีความเข้าใจว่าหากมีการฉีดวัคซีนป้องกันแล้ว จะสามารถช่วยยับยั้งการติดเชื้อได้
นายพรชัย สุวรรณอัมพร นายกเทศมนตรีตำบลห้วยนาง บอกว่า โรคปากเท้าเปื่อยในโค เกิดระบาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงฝนตกชุก มาถึงเวลานี้เจ้าหน้าที่ยังควบคุมป้องกันการระบาดไม่ได้ และไม่ได้เข้ามาดูแลพื้นที่ มาเฉพาะที่ตนเองโทรไปเท่านั้น มาถึงให้ยาไว้เล็กน้อยแล้วก็หายไป และบอกให้ชาวบ้านไปหาซื้อยามารักษากันเอง ราคาก็แพงขวดละ 300-500 บาท ยิ่งวัวหลายตัวต้องใช้เงินจำนวนมาก และบางคนซื้อมาแล้วก็ฉีดไม่เป็น
ทั้งตำบลตอนนี้ระบาดอยู่ 3 หมู่บ้าน มีวัวตายไปแล้วมากกว่า 20 ตัว แต่ไม่มีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ไม่มีการควบคุมพื้นที่การระบาด ทำให้ตอนนี้การระบาดขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ ไปถึงตำบลบางขัน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นรอยต่อกับตำบลห้วยนาง วอนอธิบดีกรมปศุสัตว์ช่วยติดตามเรื่องนี้ให้ชาวบ้านด้วย


