xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนรอยคดีดัง เชฟหนุ่มชาวสเปน ลูกชายดาราดังฆ่าหั่นศพหมอชาวโคลัมเบีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี -ย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญ เชฟหนุ่มชาวสเปน ลูกชายดาราดังฆ่าหั่นศพหมอศัลยกรรมชาวโคลัมเบีย หลังศาลเกาะสมุย ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ชดเชย เงินกว่า 4 ล้านบาท



ศาลจังหวัดเกาะสมุย นัดอ่านคำพิพากษาไปแล้ว เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา สำหรับคดีสะเทือนขวัญแห่งปี กรณี นายแดเนียล ซานโซ เชฟหนุ่มชาวสเปน วัย 29 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของดาราดังระดับตำนาน ที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพหมอชาวโคลัมเบีย วัย 40 ปี โดยศาลตัดสินประหารชีวิต นายแดเนียล แต่ลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต และสั่งให้ชดใช้เงินกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งในวันอ่านคำพิพากษา พ่อและแม่ของผู้ต้องหาได้เดินทางมาฟังคำตัดสินด้วย โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มารอทำข่าวจำนวนมาก เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่สื่อ และสังคมให้ความสนใจ เพราะเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ขณะที่ญาติผู้เสียหายพอใจกับคำตัดสิน

วันนี้จะพามาย้อนรอยคดีสุดสยองแห่งปี ถ้านับจากวันที่เกิดเหตุ จนถึงวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษา พบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมา 1 ปี กับ 27 วัน โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ใส่อยู่ในถุงขยะสีฟ้า ถูกนำมาทิ้งไว้ในย่านชุมชนบ้านท้องศาลา อ.เกาะพะงัน ซึ่งรถเก็บขยะได้เก็บมาเพื่อจะนำมาคัดแยก จึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบ ชิ้นส่วนสะโพกของมนุษย์ ที่คาดว่าเป็นเพศชาย แต่ยังไม่ทราบสัญชาติ หลังจากนั้นได้สืบสวน ไล่กล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแส

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้พบชิ้นส่วนเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง ตำรวจจึงได้เริ่มสืบสวนคดีตั้งแต่ที่มีการพบชิ้นส่วนชิ้นแรก จนพบเบาะแสว่าก่อนเกิดเหตุมีผู้ต้องสงสัยเป็นชาวสเปน ซึ่งเข้าพักมาที่โรงแรมบนเกาะพะงัน ได้เช่ารถจักรยานยนต์ไปซื้อมีดและถุงดำ รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เช่น น้ำยาทำความสะอาด ถุงพลาสติก จากห้างสรรพสินค้าบนเกาะ หลังจากนั้นหายตัวไปจากที่พัก

จนเมื่อคืนวันที่ 3 ส.ค.2566 นายแดเนียล ผู้ต้องสงสัยได้เข้าแจ้งความ ว่า นายเอ็ดวิน อาริตา ชาวโคลัมเบีย อายุ 44 ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนกันหายตัวไป

ในขณะที่การสืบสวนของทางตำรวจมีความคืบหน้ามากขึ้น จากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่า รถจักรยานยนต์ที่นายแดเนียล ขับมีนายเอ็ดวิน ซ้อนท้ายไปรีสอร์ตแห่งหนึ่งบนหาดสลัด เกาะพะงัน ในช่วงวันที่ 2 ส.ค.2566 ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งจากภาพจากกล้องวงจรปิดยังแสดงให้เห็นอีกว่า นายเอ็ดวิน สวมเสื้อผ้าลักษณะเดียวกับที่พบในถุงดำพร้อมชิ้นส่วนบางชิ้น

จากพยานหลังฐานต่างๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมได้ นำไปสู่การควบคุมตัว นายแดเนียล มาสอบสอบ สุดท้าย นายแดเดียลเกิดความเครียดจนเปิดปากรับสารภาพ ว่า เป็นคนลงมือฆาตกรรมนายเอ็ดวิน จริง และ ได้แยกชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตใส่ในกระเป๋าสีดำ นำไปทิ้งทะเล และบางส่วนได้ใส่ถุงดำนำไปทิ้งถังขยะ ซึ่งคำรับสารภาพสอดคล้องกับภาพกล้องวงจรปิดที่ปรากฏ จึงได้ดำเนินคดี 2 ข้อหา คือ ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้นทำลายศพ

อย่างไรก็ตามในทางสืบสวนพบว่าผู้ต้องหา และผู้เสียชีวิตคบหากันมานานกว่า 1 ปี ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ชวนกันมาเที่ยวงานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่เกาะพะงัน โดยผู้ตายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง รวมถึงยังให้ผู้ต้องหาใช้บัตรเครดิต และยังเป็นผู้ลงทุนเปิดร้านให้นายแดเนียล ซึ่งเป็นเชฟที่ประเทศสเปนอีกด้วย ซึ่งการสั่งหารโหดในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่าผู้ต้องหาได้มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี