xs
xsm
sm
md
lg

พระสุดกร่าง! ทำร้ายสามเณรวัย 15 ปี จนสลบ ญาติร้องขอความเป็นธรรม (ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - ญาติและชาวบ้านร้องสื่อขอทวงความเป็นธรรม หลังสามเณรวัดทุ่งใหญ่ วัย 15 ปี ซึ่งเดินทางไปช่วยงานวัดกมลศรี จ.ตรัง ถูกพระลูกวัดดังกล่าวทำร้ายร่างกายจนสลบ

วันนี้ (23 ก.ค.) ที่วัดทุ่งใหญ่ ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ญาติและชาวบ้านในพื้นที่ได้เดินทางไปที่วัด หลังทราบข่าวที่สามเณรเบล สามเณรวัดทุ่งใหญ่ ต.ท่าสะบ้า อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเดินทางไปช่วยงานที่วัดกมลศรี ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง แล้วถูกหลวงยุทธิ์ พระลูกวัดดังกล่าวทำร้ายร่างกายจนสลบ ได้เดินทางมาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งล่าสุดสามเณรเบล ยังมีอาการปวดจากการถูกบีบคอ แต่รอยช้ำอื่นๆ หายไปแล้ว โดยมีผู้ที่ถ่ายคลิปไว้ได้ในช่วงหนึ่ง

โดยในคลิปเผยนาทีที่ หลวงยุทธิ์ กำลังใช้มือและหน้าแข้งของตัวเองกดทับลำตัว ศีรษะ และมือของสามเณรเบล พร้อมกับด่าแม่สามเณร และด่าตะคอกด้วยเสียงอันดัง เหมือนคนคลุ้มคลั่งคุมสติตัวเองไม่ได้ พร้อมถามสามเณรเบล เป็นภาษาใต้ว่า “มึงกลับไปแล้ว มึงกลับมาทำไม” และยังทำร้ายสามเณรเบล เป็นระยะๆ ด้วยการตบไปที่ศีรษะ และใบหน้าอย่างแรงหลายครั้ง

นอกจากนั้น ยังบีบคอ และกระชากลำคอสามเณรเบล ขึ้นกระแทกลงกับพื้นอีกหลายครั้ง ขณะที่มีสามเณรอีก 2 รูป พยายามห้ามปราม เพื่อจะช่วยเหลือสามเณรเบล แต่ถูกหลวงยุทธิ์ ประกาศว่า อย่ามายุ่ง ไม่งั้นจะโดนด้วย จนกระทั่งคลิปยาว 1 นาทีเศษตัดไป และสามเณรสลบไป โดยเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเช้าวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากสามเณรเบล กลับจากบิณฑบาต

ชมคลิป : https://www.facebook.com/share/r/yj9vCpJAnK4cHArA/


โดยสามเณรพงศธร ไชยแก้ว หรือสามเณรเบล อายุ 15 ปี ซึ่งบวชเรียนได้ 2 ปีแล้ว ผู้เสียหาย เล่าว่า ตัวเองไปช่วยงานวัดกมลศรีได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว และถูกหลวงยุทธิ์ ทำร้ายร่างกายทุกวัน โดยเริ่มจากถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่ไปอยู่ที่วัดกมลศรีได้เพียงครึ่งเดือนเท่านั้น ทั้งการตบศีรษะ บิดใบหู ตบปาก เล็บจิกใบหน้า และถูกข่มขู่ให้ทำงาน แต่ตนไม่เคยเล่าให้ท่านเจ้าอาวาสฟัง วันเกิดเหตุครั้งล่าสุดวันที่ 13 ก.ค. ตนกลับจากบิณฑบาตในตอนเช้า เอาสิ่งของบิณฑบาตมาจัดวางไว้ที่หอฉัน ไม่ทราบว่ามีใครไปต่อว่า หลวงยุทธิ์ ที่กุฏิว่าทำไมไม่ไปเดินบิณฑบาต

ดังนั้น จึงทำให้หลวงยุทธิ์ โมโห แล้วเดินออกจากกุฏิตรงมาที่หอฉัน ซึ่งตอนนั้นตนกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่คนเดียว ปรากฏว่า หลวงยุทธิ์ หยิบกระเป๋าหนังสือของสามเณรอีกรูปมาขว้างใส่หน้าตน ซึ่งตนเองก็โกรธ จึงบอกว่า พี่หลวงทำร้ายผมหลายครั้งแล้ว แม้ผมจะอยู่เฉยๆ ก็มาตบผม ผมจึงไม่ยอมอีกจึงหยิบบาตรมาทุบไปที่ตัวแก 1 ครั้ง แกก็เลยจับผมกดลงไปกับพื้น แล้วตบหน้า ตบศีรษะ บีบคอ และกระแทกหัวกับพื้นปูนจนตนสลบไป หลังจากนี้จะไม่ไปวัดกมลศรีอีกแล้ว รวมทั้งสามเณรรูปอื่นๆ ด้วย

ขณะที่สามเณรสุธาธรรม บัวเพชร หรือเณรกันย์ อายุ 13 ปี ซึ่งบวชเรียนมาได้ 2 ปี บอกว่า ตนได้เข้าไปห้ามเพื่อช่วยสามเณรเบล แต่ถูกหลวงยุทธิ์ สั่งห้าม บอกใครยุ่งจะโดนด้วย ตนกับสามเณรอีกรูปจึงถอยออกมา โดยที่ผ่านมา หลวงยุทธิ์ จะทำร้ายร่างกายและหาเรื่องสามเณรเบล ตลอด ทั้งตบหน้า ตบหัว เอากระเป๋าหนังสือฟาดหน้า


ด้าน พระอธิการยุทธศักดิ์ ธรรมปาโล เจ้าอาวาสวัดทุ่งใหญ่ บอกว่า เห็นคลิปแล้วรู้สึกเสียใจมาก เพราะการกระทำของหลวงยุทธิ์ รุนแรงเกินกว่าเหตุ หากแค่ดุด่าสั่งสอนก็ยังดีกว่า เพราะทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิของพระดีกว่า ทั้งนี้ ตนปล่อยให้สามเณรเบล และสามเณรอื่นอีกรวม 5 รูป ไปอยู่ที่วัดกมลศรี ไปๆ มาๆ ได้ 2 เดือนกว่าแล้ว เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดกมลศรี ร้องขออยากให้ไปช่วย เพราะหากที่วัดนั้นมีพระ มีสามเณรอยู่กันมากๆ ญาติโยมจะได้มาทำบุญ หรือไปงานกิจนิมนต์ต่างๆ แต่ที่ผ่านมาตนไม่ทราบเรื่อง เพราะสามเณรเบลไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง ล่าสุดได้รายงานให้ เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลทราบแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรกับพระรูปนี้ และจะสามารถเยียวยาสภาพจิตใจสามเณรเบลได้อย่างไรบ้าง รวมทั้งจะไม่ส่งสามเณรไปอยู่ที่วัดกมลศรีอีกแล้ว

ส่วน นางประทุม เพ็งพาจร ญาติสามเณรเบล บอกว่า ทุกคนเห็นคลิปแล้วทนไม่ได้ เป็นพระทำกับเณรแบบนี้ได้อย่างไร ล่าสุด พระที่ก่อเหตุเสนอว่า จะเยียวยาสามเณรเบล 10,000 บาท หลังออกพรรษา แต่ตนและชาวบ้านคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย บอกว่าถ้าจะเยียวยาสภาพจิตใจสามเณรจริงๆ ให้เวลา 15 วันเท่านั้น จะทอดยาวไปถึงออกพรรษาคงไม่ได้ อีกทั้งเกิดเรื่องหลายวันแล้ว ไม่เคยคิดจะติดต่อ จนเรื่องแดงขึ้นมาจึงออกมา

“โดยชีวิตของสามเณรเบล น่าสงสารอยู่แล้ว พ่อแม่แยกทางกัน มาอยู่วัดหวังได้เรียนหนังสือ แต่ถูกกระทำแบบนี้ ส่วนจะเอาผิดพระรูปนั้นอย่างไรให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพระฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชนของวัดกมลศรี แต่ตนคิดว่าหากสึกจากพระรูปนี้ออกไปคงไปก่อเหตุรุนแรงที่อื่นอีก รวมทั้งมองว่าพระรูปนั้นน่าเกี่ยวพันกับยาเสพติด จึงอยากให้มีการตรวจสอบให้ชัดเจน” นางประทุม เพ็งพาจร ญาติสามเณรเบล กล่าว