พัทลุง - ชาวบ้านพบศพชายวัย 46 ปี ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในขนำสวนผลไม้ ท้องที่ หมู่ 1 ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน
วานนี้ (11 ก.ค.) ร.ต.อ.ณรงค์ ฮกปาน ร้อยเวร สภ.กงหรา จ.พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเหตุพบศพชายเสียชีวิตในขนำสวนไม้ผล ท้องที่ หมู่ 1 ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุงเขตพื้นที่ศรีนครินทร์
ในที่เกิดเหตุขนำในสวนไม้ผล เจ้าหน้าที่พบศพ นายสาโรจน์ เดชอรัญ อายุ 46 ปี เจ้าของขนำ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในขนำ สภาพศพนอนหงาย ขึ้นอืด ลิ้นจุกปากตาถลน ผิวหนังถลอกในบางส่วน ใบหน้าบวมและคล้ำจัด มีหนอนไต่ขึ้นตามตัวจำนวนมาก และมีบาดแผลถูกจ่อยิงเข้าหน้าผาก 1 นัด ไหล่ซ้าย 2 นัด ข้อศอกซ้าย 1 นัด และต้นขาซ้าย 1 นัด
นอกจากนี้ ตรงกางเกงด้านใน เจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 1 หัว และพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 ปลอก บริเวณประตูขนำ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งแกะรอยกล้องวงจรปิด แต่เนื่องจากช่วงคืนเกิดเหตุมีฝนตกหนักและเป็นช่วงกลางดึกทำให้ยังไม่มีหลักฐานอะไรมากนัก ก่อนให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพชันสูตรบาดแผลยัง รพ.กงหรา อีกครั้ง
จากการสอบถามนายจิราวุฒิ อ่อนจุติ อายุ 31 ปี เพื่อนบ้านกล่าวว่า ช่วงกลางดึกประมาณ 3 วันก่อน ได้ยินเสียงดังคล้ายอาวุธปืนมาจากทางที่ขนำตั้งอยู่ ตอนนั้นไม่ได้เอะใจอะไร และไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงปืนหรือเสียงประทัด เพราะตอนเช้าหลังได้ยินเสียงไม่ได้มีใครพูดว่ามีเหตุอะไร จนกระทั่งเด็กมาเดินเล่นบนถนนหน้าขนำ ได้กลิ่นเหม็นโชยมา ก่อนแจ้งผู้นำเข้าตรวจสอบดังกล่าว
ทางด้าน นายปรีชา หวันสุข อายุ 43 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ปกติผู้ตายอาศัยที่ขนำเพียงลำพัง ทุกวันชาวบ้านจะเห็นผู้ตายปั่นจักรยานอยู่ภายในหมู่บ้าน สุดท้ายชาวบ้านไม่ชี้ชัดว่าเจอ นายสาโรจน์ ครั้งสุดท้ายวันไหน บางคนบอกว่าเห็นเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา บางคนบอกว่าเห็นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบประวัติผู้ตาย ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ตายเคยถูกแจ้งความในข้อหาบุกรุก พยายามฆ่า เพิ่งพ้นโทษออกมา 1 ปี จนกระทั่งพบถูกยิงเสียชีวิตเป็นศพดังกล่าว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ได้เรียกญาติพร้อมลูกสาวมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุ และเร่งสอบขยายผลหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านพี่สาวผู้เสียชีวิต นางสุดใจ สั่นสะท้าน อายุ 52 ปี ที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม.ได้สอบถามถึงมูลเหตุของการเสียชีวิต โดยพี่สาวบอกยังไม่แน่ใจการเสียชีวิตของน้องชาย เนื่องจากไม่ค่อยได้คลุกคลีกันเท่าไหร่ โดยล่าสุดเจอกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตนได้ชื้อก๋วยเตี๋ยวไปฝากน้องชายแต่ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก จึงไม่ทราบสาเหตุการตายของน้องชายเลย เพราะจากพ้นโทษออกมาไม่ได้ยินประวัติว่าไปก่อเหตุอะไรมาบ้าง ตนยังงงอยู่


