ชุมพร - “พระพุทธสิงห์” ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 3 ถูกคนร้ายขโมยไปจากวัดราษฎร์บูรณะอารามหลวง จ.ชุมพร นาน 50 ปี โผล่ไปอยู่พิพิธภัณฑ์ของเอกชนที่ประเทศเบลเยียม เจ้าคณะจังหวัดชุมพรวอนรัฐบาลประสานนำกลับไทย หลังแจ้งไปหลายครั้งแต่เรื่องกลับเงียบ
จากกรณีที่มีคนไทยไปพบพระพุทธรูปโบราณ “พระพุทธสิงห์” เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 มอบให้แก่วัดบูรณะ หรือวัดนอก ปัจจุบันเป็นวัดอารามหลวง พุทธมณฑลจังหวัดชุมพร ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2296 ตั้งอยู่เลขที่ 2 บ้านท่าสะท้อน ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ไปโผล่อยู่ที่ในพิพิธภัณฑ์ของเอกชนชื่อ “แอนต์เวิร์ป Antwerpen” ประเทศเบลเยียม โดยพระพุทธสิงห์ได้ถูกคนร้ายขโมยไปจากวัดนานกว่า 50 ปีแล้ว
หลังจากทราบเรื่องเมื่อประมาณเดือนมกราคม 2567 ทางพระราชวิจิตรปฏิภาณ เจ้าคณะจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์บูรณะ ได้ประสานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับประเทศถึงกรณีดังกล่าวแล้ว แต่ปัจจุบันเรื่องยังเงียบหายไม่มีความคืบหน้าใดๆ
ล่าสุด ได้มีการสอบถามไปยังพระราชวิจิตรปฏิภาณ เจ้าคณะจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์บูรณะ เพื่อขอทราบถึงความคืบหน้ากรณีที่เกิดขึ้น โดยพระราชวิจิตรปฏิภาณ กล่าวว่า ช่วงที่พระพุทธรูปองค์ดังกล่าวถูกขโมยไป ตอนนั้นอาตมาเพิ่งจะบวชเป็นสามเณรได้ปีกว่า มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ปัจจุบันอาตมาอายุ 70 ปีแล้ว พระพุทธรูปที่หายไปน่าจะเป็นเป็นพระพุทธรูปในยุคตอนปลายเชียงแสนกับยุคต้นสุโขทัย
พระราชวิจิตรปฏิภาณ กล่าวต่อว่า วันที่พระพุทธรูปถูกขโมย อาตมากำลังเรียนหนังสือนักธรรมอยู่ที่วัดประสาทนิกร ห่างจากวัดราษฎร์บูรณะประมาณกว่า 1 กิโลเมตร แต่การเดินทางสมัยนั้นลำบากมากเพราะเป็นป่าทึบเส้นทางคดเคี้ยว จึงต้องอาศัยนอนจำวัดอยู่ที่วัดประสาทนิกร จนกระทั่งวันที่ 17 พฤษภาคม 7 พ.ศ.2517 ที่วัดขันเงินซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้กันมีการจัดงานประเพณี ชาวบ้านและพระไปอยู่ที่วัดขันเงินกันหมด ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสเข้าไปขโมยพระพุทธรูปจากวัดราษฎร์บูรณะไป
หลังพระพุทธรูปหายตอนเช้าอีกวันชาวบ้านได้ไปแจ้งความที่โรงพัก และตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพราะสมัยก่อนการเดินทางไกลลำบาก แต่หลังจากนั้นเรื่องเงียบหายไป จนปัจจุบันนานถึง 50 ปี ได้มารู้ว่าพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวที่ถูกขโมยไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เอกชนที่ประเทศเบลเยียม
พระราชวิจิตรปฏิภาณ กล่าวว่าช่วงแรกๆ ที่รู้ว่าพระพุทธรูปที่ถูกขโมยไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ต่างประเทศ จึงได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรม และรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งตอนนั้นมีการดำเนินการเพื่อจะหาวิธีการนำกลับประเทศไทย ซึ่งอาจจะใช้วิธีการขอซื้อ โดยการเปิดรับบริจาค หรือดำเนินการด้วยวิธีการอื่นๆ
แต่เมื่อช่วงประมาณกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้มีการปรับคณะรัฐมนตรี และมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมคนใหม่ แล้วเรื่องก็เงียบหายไป จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสนใจนำพระพุทธรูปที่ที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งหายไปกว่า 50 ปี ได้กลับคืนมายังวัดราษฎร์บูรณะด้วย


