พังงา - สุดท้ายไม่รอด! จับได้แล้วหนุ่มปากีสถาน พร้อมเมียชาวไทย ลวงหุ้นส่วนธุรกิจชาวอินเดียมาฆ่าแล้วทิ้งศพริมถนนที่พังงา คาดขัดแย้งทางธุรกิจ ตำรวจตามแกะรอยจนพบพานั่งรถออกจากภูเก็ต แต่แถอ้างแยกทางกัน
จากกรณีชาวต่างชาติถูกคนร้ายฆ่านำศพมาทิ้งศพริมถนนสายบ้านในหยง-ท่าอยู่ พื้นที่ ม.3 บ้านนา ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พบบาดแผลถูกยิง
ล่าสุด ตำรวจภูธรภาค 8 โดย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.8 พล.ต.ต.นิพันธ์ พาณิชเจริญ รอง ผบช.8 พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.พังงา และ พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ภ.จว.พังงา นำโดย พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.8 ร่วมกับชุดกองบังคับการปราบปราม กองกำกับการตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และชุดสืบสวน สภ.โคกกลอย
ดำเนินการสืบสวนจนทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ MR.POULOSE VARGHESE สัญชาติอินเดีย เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 โดยได้เดินทางเขามาพร้อมกับ MR.YASIR ASHFAQ อายุ 32 ปี สัญชาติปากีสถาน ผู้เสียชีวิตแจ้งว่าพักที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งในอำเภอเมืองภูเก็ต และจากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นเพื่อนชาวปากีสถานที่เดินทางมาด้วยกัน
ต่อมา ในเวลา 21.30 น. พล.ต.ต.นิพันธ์ พาณิชเจริญ พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.พังงา และ พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงาน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในครั้งนี้
โดยชุดสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน พบว่า ผู้เสียชีวิต และ MR.YASIR ASHFAQ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจร่วมกันที่ดูไบ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ผู้เสียชีวิตได้ร่วมทุนถือหุ้นห้างหุ้นส่วน เทอร์กิด จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจนำเที่ยวของนางคาดิจายาซิร์ ชาวไทย ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ต้องหาที่ 1 จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุเชื่อว่าผู้เสียชีวิตกับผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 ได้มีปัญหาขัดแจ้งกันเกี่ยวกับธุรกิจ ผู้ต้องหาทั้งสองจึงได้วางแผนจัดเตรียมอาวุธปืน และลวงผู้เสียชีวิตพาโดยสารรถยนต์ของผู้ต้องหามายังที่เกิดเหตุ และได้ใช้อาวุธปืนยิงจนถึงแก่ความตาย และได้ทิ้งศพไว้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีพยานหลังฐาน จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายค้นที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 2
ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ พบรองเท้าผู้เสียชีวิต และเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะเกิด ต่อมาได้ทำการการตรวจค้นห้องพักที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งในอำเภอเมืองภูเก็ต ซึ่งผู้ต้องหาได้เช่าพักอาศัย ผลการตรวจค้นได้พบทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตที่ผู้ต้องหาทั้งสองนำไปเก็บไว้ และพบรถยนต์โตโยต้า วีออส สีขาว คันหมายเลขทะเบียน กว 2113 ภูเก็ต ที่ผู้ต้องหาทั้งสองใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุซึ่งมีร่องรอยกระสุนปืนและคราบเลือดของผู้เสียชีวิตในรถยนต์คันดังกล่าว
จึงได้ประสาน พฐ.จว.พังงา และ พฐ.จว.ภูเก็ต จัดเก็บวัตถุพยาน จนมีพยานหลักฐานเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพังงาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เบื้องต้นผู้ต้องหาในการสารภาพและได้พาเจ้าหน้าที่ไปเก็บทรัพย์สินของผู้ตาย
สพหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่แกะรอยจากกล้องวงจรปิด พบว่าเมื่อวันที่ 14 พ.ค.67 ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้พาผู้ตายนั่งรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว จากจังหวัดภูเก็ตมุ่งหน้าไป จ.พังงา โดยมีนางคาดิจายาซิร์ อัซฟาก เป็นคนขับ แต่คาดว่าระหว่างทางผู้ตาย ซึ่งนั่งข้างคนขับได้มีปากเสียงกับ MR.YASIR ASHFAQ ที่นั่งอยู่เบาะหลังในเรื่องธุรกิจ MR.YASIR ASHFAQ จึงบอกให้นางคาดิจายาซิร์ ขับรถไปจนถึงบริเวณที่เกิดเหตุ แล้วใช้อาวุธปืนยิง MR.POULOSE VARGHESE จนเสียชีวิตก่อนลากศพลงไปทิ้งไว้ที่เกิดเหตุและหลบหนีไปที่บ้านพักในพื้นที่ ต.โคกกลอย จ.พังงา เพื่อล้างรถทำลายหลักฐาน และนำอาวุธปืนไปซ่อนไว้ที่บ้านหลังนั้น จากนั้นได้นำทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ตายไปเก็บไว้ที่คอนโดฯ ในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต
สำหรับจุดที่ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหานี้เป็นคนก่อเหตุ คือพิสูจน์คำให้การที่บอกว่าแยกกับผู้ตายที่หาดกะตะนั้น พบว่าไม่จริง เพราะทั้งหมดขึ้นรถไปด้วยกัน และผู้ตายสวมชุดเดียวกับที่เป็นศพ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมสอบเชิงลึกในเรื่องมูลเหตุและธุรกิจที่ทำร่วมกันด้วย


