xs
xsm
sm
md
lg

อธิบดีกรมทะเลนั่งไม่ติด ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจชาวประมง หลังพะยูนตายถี่ขึ้นจากหญ้าทะเลลด ต้องย้ายไปหากินในถิ่นอันตราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระบี่ - อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นั่งไม่ติดหลังพบฝั่งทะเลอันดามันมีพะยูนตายถี่ขึ้น จากแหล่งหญ้าทะเลเหลือน้อย พะยูนต้องย้ายถิ่นฐานไปหากินในพื้นที่อันตราย คาดว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าจะมีการเคลื่อนย้ายใหญ่ของประชากรพะยูน


วันนี้ (11 พ.ค.) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมเจ้าหน้าที่ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดกระบี่ ลงไปหมู่บ้านเกาะกลาง ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นที่บ้านชายฝั่งทะเลจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความร่วมมือและทำความเข้าใจกับชาวประมงพื้นบ้านเรื่องการช่วยชีวิตพะยูน หากพะยูนติดเครื่องมือทำการประมงของชาวประมงพื้นบ้าน หลังจากพบว่ามีการพบพะยูนเสียชีวิตมากขึ้นในระยะนี้ในจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน และมีแนวโน้มว่าพะยูนจะเสียชีวิตมากขึ้นอีก

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา พบว่ามีพะยูน ซึ่งเป็นสัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์เสียชีวิตถึง 3 ตัว สายเหตุมาจากติดอวนของชาวประมง และอีก 1 ตัว ถูกใบพัดเรือจนเสียชีวิต ทาง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชลงพื้นที่เฝ้าระวังสร้างความเข้าใจกับประชาชน

สำหรับสาเหตุหลักคือ แหล่งหญ้าทะเลบริเวณเกาะมุก เกาะลิบง จังหวัดตรัง ตายเป็นจำนวนมากถึงร้อยละ 50 เนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้ประชากรพะยูนมีการแพร่กระจายอพยพไปหากินบริเวณอื่น ทั้งตอนเหนือพื้นที่จังหวัดกระบี่ และลงใต้ไปที่อ่าวพังงา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวยังมีหญ้าทะเลที่สมบูรณ์ จึงให้พะยูนเหล่านั้นเสี่ยงที่ติดกับเครื่องทำการประมงและถูกเรือชน ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาพิสูจน์ให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นจริง


อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวต่อไปอีกว่า ขณะนี้ได้คุยกับชาวประมงในเรื่องของการระมัดระวังในการใช้เครื่องมือทำการประมง ส่วนในเขตอุทยานแห่งชาติขอความร่วมมือผู้ใช้เรือให้ชะลอความเร็ว หากเข้าไปในพื้นที่ที่มีหญ้าทะเลหรือให้กรมอุทยานแห่งชาติประกาศเรื่องกำหนดความเร็วของเรือ ซึ่งอีก 2-3 เดือนข้างหน้าจะมีการอพยพย้ายถิ่นฐานของประชากรพะยูนมาพื้นที่จังหวัดกระบี่ และอ่าวพังงามากขึ้น เท่าที่สำรวจในประเทศไทยมีประชากรพะยูนอยู่เพียง 280 กว่าตัวเท่านั้น

“ในช่วง 5-10 ปีผ่านมา ประชากรพะยูนในประเทศไทยมีประมาณ 280 กว่าตัว เพิ่มขึ้นจากเดิม 20 ตัว แต่ในปีนี้เกิดภาวะโลกร้อนอากาศแปรปรวนพื้นที่หญ้าทะเลลดลง ประชากรพะยูนขาดอาหารมีการแพร่กระจายออกไปยังพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น ตั้งแต่ต้นปีพะยูนเสียชีวิตไปแล้วร้อยละ 7 หรือประมาณ 20 ตัว ในฝั่งทะเลอันดามันมีอยู่ประมาณ 200 ตัว และเสียชีวิตประมาณ 10 กว่าตัว ซึ่งต่อไปนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการอนุรักษ์ประชากรพะยูนไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากทะเลไทย”