ตรัง - เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังทุกข์หนัก หลังมีการนำปลากะพงจากมาเลเซียราคาถูก กิโลกรัมไม่ถึงร้อยเข้ามาตีตลาด ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าไม่รับซื้อของคนไทย ต้องค้างปลาในกระชังนานนับปี คาดแค่ อ.กันตัง มีปลาค้างกระชังกว่า 100 ตัน วอนรัฐช่วยเหลือด่วน
วันนี้ (25 มี.ค.) เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังหลายอำเภอของ จ.ตรัง โดยเฉพาะหมู่ที่ 3 บ้านแหลม ต.วังวน อ.กันตัง กำลังเป็นทุกข์อย่างหนักกับปัญหาขายปลากะพงที่เลี้ยงไว้ไม่ได้ โดยบางรายต้องทนเลี้ยงมาแล้วนานกว่าปีครึ่ง แต่ยังขายออกไม่ได้ เหตุจากไม่มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งในพื้นที่ จ.ตรังและจังหวัดใกล้เคียงมารับซื้อไปจำหน่ายเหมือนก่อนนี้ หลังจากมีปลากะพงจากมาเลเซียในราคาถูกกว่า ขายกิโลกรัมละไม่เกิน 90 บาทเข้ามาตีตลาด ทำปลากะพงคุณภาพที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ในทะเลตามธรรมชาติหน้าหมู่บ้านของไทยขายไม่ได้เลย
เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าจะกดราคาเหลือกิโลกรัมละ 130-140 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ขาดทุน ทั้งที่ปลาของตนเป็นปลาขนาดใหญ่ น้ำหนักตอนนี้ตัวละกว่า 4 กิโลกรัมแล้ว โดยก่อนนี้ตนซื้อปลาขนาด 700 กรัม จากเพื่อนเกษตรกรมาเลี้ยงต่อเป็นปลาขนาดใหญ่ รวม 3 กระชัง แต่เลี้ยงมานานร่วม 5 เดือนแล้ว ยังขายไม่ได้ คนอื่นๆ ก็เช่นกัน บางคนเลี้ยงนานเป็นปี หรือปีกว่ายังไม่ได้ขาย น้ำหนักปลาไปถึงตัวละกว่า 10 กิโลกรัมก็มี ทำให้แต่ละรายเดือดร้อนมาก ไม่มีเงินทุนซื้อเหยื่อปลามาให้กิน แถมยังมีราคาแพงด้วย
เฉพาะของตนต้องให้เหยื่อปลาวันละเกือบ 2,000 บาท แต่ละคนมีหลายกระชัง จึงต้องแบกต้นทุนที่หนักมาก วอนรัฐเร่งแก้ปัญหาอย่าให้มีการนำปลากะพงจากมาเลเซียเข้ามาตีตลาดอีกเลย เพราะเมื่อก่อนเคยขายได้ถึงกิโลกรัมละ 180 บาท แต่ตอนนี้ขายไม่ได้เลย และเคยประสบปัญหาราคาตกต่ำมาแล้วระลอกหนึ่งเมื่อปี 2564 เหลือแค่กิโลกรัมละ 100 บาท มารอบนี้เป็นระลอกที่ 2 แล้วที่ประสบปัญหา
เช่นเดียวกับ น.ส.บุญเรือง แว่นนาค เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังอีกราย บอกว่า ตอนนี้ปัญหาหนักของผู้เลี้ยงปลากะพงคือ สู้ตลาดไม่ได้ ซึ่งปลาที่นำเข้ามาจากมาเลเซียทราบมาว่า เขาเลี้ยงในบ่อดิน ให้กินอาหาร และมีเงินทุนของรัฐบาลช่วย แต่ปลาของเกษตรกรไทยเป็นปลาจากธรรมชาติ เลี้ยงในกระชัง ในทะเล และให้กินเหยื่อปลา จึงเป็นปลาคุณภาพที่ไม่มีกลิ่นสาบ ไม่มีกลิ่นคาว แต่กลับขายไม่ได้ ไม่มีใครซื้อ
ตนตอนนี้มี 16 กระชัง ต้องจ่ายค่าเหยื่อปลาวันละ 2,500 บาท มีปลาค้างอยู่ 3-4 พันกิโลกรัม และเงินจมอยู่ในกระชังปลา 2-3 แสนบาท จนไม่มีเงินทุนหมุนไปซื้อเหยื่อปลาแล้ว เฉพาะ อ.กันตัง คาดว่ามีปลาค้างอยู่ในกระชังกว่า 100 ตัน และล่าสุด จังหวัดได้งบมาช่วยเหลือเพียง 2 แสนบาท ซึ่งไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ถูกต้องกว่า 100 ราย ทำให้ทุกคนเดือดร้อนหนัก วอนให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยเหลือ และสั่งงดการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซียโดยด่วน


