ศูนย์ข่าวภูเก็ต -กรมป่าไม้ สนธิกำลังตำรวจ ปกครอง ทวงคืนพื้นที่ “หาดนุ้ย” แจ้งความผู้อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครอบเรียกเก็บค่าผ่านทางลงชายหาดหัวละ 100 พร้อมนำหมายค้นเข้าสำรวจสิ่งปลูกสร้าง รุกล้ำพื้นที่ป่าไม้ จ่อสั่งรื้อเร็วๆ นี้
วันนี้ (12 มี.ค. ) นายบรรณรักษ์ เสริมทอง รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจภูธรภาค 8 สภ.กะรน และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 100 นาย นำหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ 88/2567 เข้าตรวจสอบพื้นที่หาดนุ้ย ซอยแหลมมุมนอก หมู่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ภายหลังตรวจพบว่ามีการเข้ามาบุกรุกใหม่ ซึ่งเคยมีการแจ้งความดำเนินคดีกับทางผู้บุกรุกไว้ที่ สภ.กะรน ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 66 และล่าสุดมีการแจ้งความอีกครั้ง เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อปี 2561-2562 ได้มีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้บุกรุก และในปี 2563 ได้มีคำสั่งให้มีการรื้อถอนสิ่งสร้างปลูกสร้างตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพื้นที่พบว่าบริเวณทางเข้าหาดนุ้ยมีการเปิดประตูเหล็ก พร้อมเขียนข้อความระบุว่า วันนี้หยุดให้บริการ 1 วัน ขณะที่อีกด้านได้ปิดประกาศ แสดงกรรมการสิทธิ์การครอบครองที่ดิน ห้ามบุคคลภายนอกเข้ายุ่งเกี่ยว รบกวนการครอบครองเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมรูปแผ่นที่ที่ดิน ลงชื่อ นายสิงหา เพ็งแก้ว เจ้าของที่ดิน โดยมีทนายความฝ่ายผู้อ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินมารับหมายค้น
หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ก่อสร้างอยู่บนพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งพบว่ามีการก่อสร้างอาคารหลายจุด ร้านอาหาร จุดชมวิว จุดพักผ่อน อาคารสำนักงาน บ้านพักคนงาน และอื่นๆ ประมาณ 20-30 รายการ
นายบรรณรักษ์ เสริมทอง รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงการนำหมายค้นเข้าตรวจสอบที่หาดนุ้ยในครั้งนี้ สืบเนื่องจากอธิบดีกรมป่าไม้ได้มอบหมายให้มีการตรวจสอบการบุกรุกที่สาธารณะ โดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ทั่วประเทศ โดยวันนี้ เป็นการลงพื้นที่หาดนุ้ย จ.ภูเก็ต เนื่องจากพื้นที่แปลงนี้เคยมีการจับกุมดำเนินคดีไว้เมื่อปี 2561 และ 2562 มาแล้ว และมีการรื้อถอนสิ่งสร้างปลูกสร้างตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ในปี 2563 ไว้เรียบร้อยแล้ว
แต่ต่อมามีผู้บุกรุกใหม่ในที่เดิม และทราบว่ากลุ่มที่บุกรุกใหม่เป็นกลุ่มบุคคลเดิม วันนี้จึงเข้ามาดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ว่ามีการบุกรุกก่อสร้าง แผ้วถาง เปลี่ยนแปลงป่าธรรมชาติอะไรไปบ้าง หลังจากได้ข้อมูลจะกลับมาแจ้งความเพิ่มเติม หลังจากที่เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมาได้มีการแจ้งความไว้แล้ว
หลังจากนั้นทางกรมป่าไม้จะดำเนินการตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่ผู้อ้างสิทธิครอบครองที่ดิน โดยจะทำหนังสือให้ผู้อ้างสิทธิดำเนินการรื้อถอนเองก่อน หากผู้อ้างสิทธิไม่รื้อถอนทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการรื้อถอนเอง โดยคิดค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจากผู้อ้างสิทธิครอบครอง โดยพื้นที่ที่มีการดำเนินการในครั้งนี้มีประมาณ 18 ไร่ ซึ่งทางผู้ครอบครองได้แสดงความเป็นเจ้าของโดยการล้อมรั้ว และมีการปิดกั้นไม่ให้คนเข้าและมีการเก็บเงินค่าผ่านทางที่จะเดินไปยังหาดนุ้ย
สำหรับการดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้น จะต้องมีการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย ภายหลังที่นำรายการบัญชีสิ่งปลูกสร้างที่สร้างในพื้นที่ป่าไม้ มาใส่ในบัญชีแนบท้ายในการแจ้งความ ซึ่งมีระยะเวลาในการออกประกาศ โดยการประกาศให้รื้อถอนจะมีการกำหนดระยะเวลา ว่า ให้รื้อถอนภายใน 30 วัน หรือ 45 วัน ซึ่งเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ในการดำเนินการยังไม่ถึงขั้นตอนของการสั่งรื้อสิ่งปลูกสร้าง เพราะยังอยู่ในขั้นการของการสำรวจสิ่งปลูกสร้างและแจ้งความดำเนินคดีเท่านั้น
นายบรรณรักษ์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า สำหรับที่ดินที่เข้าไปดำเนินการในครั้งนี้ขอยืนยันว่า เป็นที่ดินของทางกรมป่าไม้ พื้นที่ประมาณ 18 ไร่ แม้ว่าจะมีผู้อ้างสิทธิครอบครองก็ตาม เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิ น.ส.3 ของที่ดินแปลงนี้ ทำให้ที่ดินแปลงกลับมาเป็นที่ดินของป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิดตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 621 ในปี 2516 ซึ่งกรมป่าไม้จะยึดคืนที่ดินแปลงนี้กลับมาเป็นที่ดินของป่าไม้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 63 ทางกรมป่าไม้เคยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกพื้นที่ป่าไม้ออกไปหมดแล้วครั้งหนึ่ง
แต่หลังจากรื้อไปแล้ว ทางกรมป่าไม้ยังไม่ได้เข้าไปใช้พื้นที่ในการทำกิจกรรม ทำให้ผู้อ้างสิทธิครอบครองกลับเข้ามาก่อสร้างใหม่อีกครั้ง แต่หลังจากนี้ทางกรมป่าไม้จะจัดทำโครงการต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ผู้ที่จะเข้ามาครอบครองในอนาคตทำได้ยากขึ้น
ส่วนกรณีนี้เป็นการเข้าไปบุกรุกซ้ำนั้นในส่วนของป่าไม้ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อปี 2566 ทางเจ้าหน้าที่ทราบว่ามีการบุกรุกใหม่ก็เข้าไปตรวจสอบดำเนินการ แต่ถูกต่อต้านไม่ให้เข้า โดยอ้างว่าเป็นที่ส่วนบุคคล ทางป่าไม้จึงได้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ตามที่มีการอ้างสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว จนเป็นที่มาของการเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนวันนี้เป็นการดำเนินการสำรวจสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำเป็นบัญชีแนบท้ายประกอบคดีที่มีการแจ้งความไว้
สำหรับที่ดินบริเวณหาดนุ้ย หมู่ที่ 2 ต.กะรน เดิมนั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ซึ่งทางกรมป่าไม้ได้มอบให้ทาง ส.ป.ก. แต่มีที่ดินบางส่วน โดยที่ผู้ครอบครองรายแรกอ้างว่าครอบครองมาตั้งแต่ปี 2501 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากประมวลกฎหมายที่ดินประกาศใช้แล้ว โดยผู้ครอบครองที่ดินได้นำ เอกสาร ส.ค.1 มายื่นขอออก น.ส.3 ก. และกรมที่ดินออกให้ แต่หลังจากนั้นได้มีการฟ้องร้องกับเจ้าของ ส.ค.1 อีกราย ซึ่งศาลฎีกาได้ตัดสินยกเลิก น.ส.3 ก. แปลงดังกล่าวไปแล้ว เนื่องจากเป็นการนำ ส.ค.1 จากที่ดินแปลงอื่นมายืนขอเอกสารสิทธิ หรือที่เรียกว่า ส.ค.1 บิน ทำให้ที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นของป่าไม้ ตามที่กรมป่าไม้กล่าวอ้าง
สำหรับหาดนุ้ย เป็นหาดเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ตรงกลางระหว่างเส้นทางหาดกะตะมุ่งหน้าหาดในหาน หากมาจากหาดกะตะ ผ่านจุดชมวิวก็ใกล้ถึงแล้ว อยู่ด้านขวามือมีป้ายสีขาวบอกชัดเจน ที่ชายหาดเรียงรายไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ยื่นลงไปในทะเล เม็ดทรายไม่ขาวมาก น้ำทะเลใสสะอาด สามารถลงเล่นได้เหมือนหาดส่วนตัวเลย ปัจจุบันพื้นที่บริเวณทางเข้าหาดนุ้ยมีผู้แสดงสิทธิครอบครอง ทำให้การเข้าถึงหาดนุ้ยไม่ง่ายเหมือนหาดอื่นๆ


