xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มใหญ่โวยถูกจัดฉาก ตำรวจพัทลุงบุกจับข้อหามีปืน เรียก 5 หมื่นไม่ดำเนินคดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พัทลุง - หนุ่มใหญ่วัย 50 แค้นใจเล่าทั้งน้ำตา อ้างตำรวจบุกบ้าน จับกุมข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่ไม่ใช่ของตนเอง เรียกเงิน 5 หมื่นบาท ต่อรองเหลือ 2 หมื่นบาทแลกอิสรภาพ ตรวจวงจรปิดพบคนเอาปืนมาฝากเป็นสายยาเสพติดให้ตำรวจ นำถุงปุ๋ยใบที่ใส่ปืนออกมาจากโรงพัก ก่อนมาบ้านจนถูกจับ

วันนี้ (12 ธ.ค.) ที่ จ.พัทลุง นายพิบูล ตั้นไทย หรือช่างตุ๊ อายุ 50 ปี อยู่ ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เข้าร้องผู้สื่อข่าวขอความเป็นธรรมหลังจากคับแค้นใจ โดยอ้างว่า ตำรวจบุกเข้ามาในบ้านพักโดยไม่มีหมายค้น แล้วถามหาอาวุธปืนลูกซองยาวในกระสอบปุ๋ยที่วางอยู่บนบ้าน ก่อนควบคุมตัวพร้อมอาวุธปืนมาสอบสวนที่ห้องสอบสวน สภ.ป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง โดยตั้งข้อหามีอาวุธปืนครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยขณะบันทึกสำนวนนานกว่า 3 ชั่วโมง ที่ห้องสอบสวน พยายามคุยเรื่องเงินเพื่อที่จะให้เคลียร์โดยไม่ต้องดำเนินคดี จำนวน 50,000 บาท โดยคุยต่อรองเหลือ 3 หมื่นบาท แต่นายพิบูลไม่มีเงินให้

ต่อมาได้ลดเหลือ 20,000 บาท จึงได้ติดต่อภรรยาให้ไปหยิบยืมเงินจากแม่ยายเพื่อนำมาจ่ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง ก่อนภรรยาและลูกได้ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม เอามาให้ตนเองนำวางบนโต๊ะทำงานตำรวจในห้องสอบสวน จำนวนเงิน 20,000 บาท ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวกลับบ้าน

นายพิบูล กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีนายซีเกมส์ อายุราว 30 ปี ที่รู้จักกันในงานก่อสร้าง ขับรถจักรยานยนต์มาจอดพร้อมด้วยกระสอบปุ๋ยใบหนึ่ง ข้างในใส่อาวุธปืนลูกซองยาวไว้ เอามาให้ตนซ่อม โดยตนบอกว่า ตนเป็นช่างทำบ้านและซ่อมอาวุธปืนไม่เป็น ให้เอากลับไป นายซีเกมส์ บอกว่า เดี๋ยวค่อยมาเอากลับ พอดีนายหัวโทร.ให้รีบไปทำงาน และออกจากบ้านพักไปอย่างรวดเร็ว


ต่อมาไม่ถึงชั่วโมง ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ป่าบอน ขับรถมาจอดหน้าบ้านก่อนวิ่งมาล้อมบ้านและควบคุมตนเอง โดยบอกว่ามีอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ตนบอกว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของนายซีเกมส์ นำมาตั้งไว้ไม่นาน แต่ตำรวจไม่ยอมฟัง ตนให้เบอร์โทร.นายซีเกมส์กับตำรวจเพื่อให้ติดต่อว่าปืนไม่ใช่ของตน ตำรวจโทร.ไปพูดคุย 2-3 คำ แล้ววางสายก่อนตั้งข้อหาตนเองมีอาวุธปืนครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งค้นบ้านทั้งที่ไม่มีหมายค้นและหมายจับ ซักถามตนว่ายาเสพติดอยู่ไหน ตนบอกว่าไม่มี เพราะตนไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดและของผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวขึ้นรถไปสอบปากคำที่ สภ.ป่าบอน โดยตนเองได้โทร.บอกภรรยาว่า ตำรวจจับกุมตัวมา สภ.ป่าบอน ตั้งข้อหาอาวุธปืน ทั้งที่ไม่ใช่ของตนเอง แล้วบอกให้ภรรยาโทร.หาพี่ชายที่นับถือ คือ พี่อรรถวุฒิ ให้ตามมาที่โรงพัก ก่อนพี่อรรถวุฒิ มาถึงแต่ตำรวจไม่ให้เข้าพบ

เมื่อถึงห้องสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหามีอาวุธปืนครอบครองโดยผิดกฎหมาย ตนก็ปฏิเสธเพราะไม่ใช่อาวุธปืนของตน แต่ชุดสืบสวน สภ.ป่าบอน พยามยามพิมพ์ข้อหาและตั้งข้อกล่าว โดยมีตำรวจนายหนึ่งในห้องบอกว่าหากกลัวถูกดำเนินคดีให้หาเงินมาจ่ายให้ตำรวจ 50,000 บาท เพื่อแลกอิสรภาพ แต่ตนไม่มีเงินจริงๆ

จนเวลาล่วงเลยไปตำรวจลดให้เหลือ 30,000 บาท ตนเกลี้ยกล่อมต่อรองเหลือ 20,000 บาท ตำรวจชุดสืบสวนจึงตกลง โดยตนโทร.ไปหาภรรยาว่าช่วยไปยืมเงินใครก็ได้เอามาให้ตำรวจเพื่อแลกกับไม่ถูกดำเนินคดี เขากำลังจะส่งตัวไปให้ร้อยเวรคุมขัง แต่ภรรยาหาเงินไม่ได้อยู่นาน ตำรวจชุดสืบยังตะคอกใส่อีกว่า ไหนเมียมึงที่จะเอาเงินมาจะค่ำแล้วยังไม่เอามาเดี๋ยวจะส่งร้อยเวรแล้วนะ ต่อมาช่วง 5 โมงกว่า เมียและลูกสาวไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ก่อนนำเงินมาให้ตนในห้องสอบสวน จำนวน 20,000 บาท แล้วตำรวจชุดที่จับกุม 5 นายปล่อยตัวกลับบ้าน

นายพิบูล กล่าวทั้งน้ำตาว่า แค้นใจถูกกลั่นแกล้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กฎหมายหากิน หากภรรยาหาเงินไม่ได้ป่านนี้คงเข้าเรือนจำไปแล้ว หรือไม่ต้องหาเงินจ้างทนายสู้คดีอีก ทั้งๆ ที่ตนไม่มีเงิน และเงินที่มีเพียงน้อยนิดก็เตรียมเอาไว้จ่ายค่าเทอมลูก ที่กำลังเรียน 2 คน คับแค้นใจมากกับผู้ถือกฎหมาย เอาเปรียบชาวบ้าน ทำนาบนหลังความทุกข์ของประชาชน จึงได้ติดต่อผู้สื่อข่าวของความเป็นธรรมดังกล่าว อยากให้ตำรวจนอกรีตถูกดำเนินคดีบ้างไม่ใช่คอยแต่จะขูดรีดผู้บริสุทธิ์ โดยตนมีพยานหลักฐานที่เป็นตัวบุคคล พร้อมทั้งสลิปการถอนเงินที่ภรรยาและลูกสาวนำมาจ่ายให้ที่ห้องสืบสวน สภ.ป่าบอน ตนเองตลอดชีวิตไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามยัดเยียดความผิดให้มันแค้นใจสุด

ขณะที่นายอรรถวุฒิ สิทธิชัย อายุ 53 ปี อยู่ ต.ป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เพื่อนของช่างตุ๊ กล่าวว่า หลังจากภรรยาช่างตุ๊โทร.บอกว่าสามีโดนตำรวจจับกุมตัวมา สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง ตนเองก็รีบมา เมื่อมาถึงจะเข้าไปในห้องสืบสวนเพื่อพบกับนายพิบูล หรือช่างตุ๊ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ออกไม่ให้พบ จนกระทั่งนั่งรอจนถึงช่วงที่ภรรยาของช่างตุ๊มาแล้วบออกว่าเพิ่งได้เงินมา 20,000 บาท แล้วเข้าไปในห้องสืบสวน ก่อนช่างตุ๊ ภรรยาและลูกออกมาพร้อมกันจากห้อง แล้วเดินทางกลับบ้านดังกล่าว ซึ่งตนว่าครั้งนี้ช่างตุ๊ ถูกตำรวจพยายามยัดข้อหาอาวุธปืน แลกกับเงินเพื่อไม่ให้ถูกคดี โดยตนเชื่อว่า ช่างตุ๊บริสุทธิ์ ที่ผ่านมาไม่เคยเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ตนแปลกใจที่ตำรวจจับกุมอาวุธปืน เหมือนกับการวางงานให้จับ เพราะทุกคนในหมู่บ้านรู้ดีว่า เจ้าซีเกมส์ เป็นสายยาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้ และชอบวางงานตีกินชาวบ้านมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ตนไม่คิดเลยว่าจะถูกกับน้องชายของตัวเอง

ขณะการตรวจสอบไทม์ไลน์จากกล้องวงจรปิด พบว่า กล้องวงจรปิดจับภาพได้บางส่วน โดยขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักช่างตุ๊ ไม่มีกล้องวงจรปิด แต่กล้องจับภาพเจ้าซีเกมส์ ขณะขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นเวฟ สีน้ำเงินขาว บรรทุกกระสอบปุ๋ยสีขาวแดงวางมาตรงขา ออกมาจาก สภ.ป่าบอน ผ่านถนนสายเพชรเกษมตรงไฟแดงตลาดป่าบอนช่วงเวลา 10.31.42 นาที และเลี้ยวซ้ายทางเข้าบ้านช่างตุ๊ ห่างกัน 300 เมตร ช่วงเวลา 10.32.24 วินาที โดยยังมีกระสอบสีขาวแดงวางอยู่ตรงขา ชึ่งสอดคล้องกับคำที่ช่างตุ๊เล่าให้ฟังว่า นายซีเกมส์ ขับรถเข้ามาที่บ้านไม่ถึง 30 นาที แล้วเอาปืนมาวางไว้ก่อนขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยกล้องวงจรปิดจับภาพได้ ช่วงขับรถกลับออกไปตามเส้นทางเดิมโดยไม่มีกระสอบปุ๋ยที่ใส่อาวุธปืน


ต่อมาไม่ถึง 1ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง 5 นาย ขับรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาวแบบ 4 ประตู เข้ามาค้น และควบคุมตัวช่างตุ๊ มายังห้องสืบสวน สภ.ป่าบอน โดยกล้องจับภาพได้ขณะขับรถออกจากบ้านช่างตุ๊ ในเวลา 12.35.42 วินาที โดยกล้องวงจรปิดยังจับภาพ รถยนต์กระบะคันสีขาวดังกล่าวได้หลายช่วง ก่อนรถคันดังกล่าวไปยูเทิร์นกลับ สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง ตรงยูเทิร์นครัวหัวครก พร้อมนำช่างตุ๊ขึ้นรถมาด้วย ในเวลา 14.37 น. ของวันที่ 4 ธันวาคม 66

ด้านนางพรทิพย์ ตั้นไทย อายุ 48 ปี ภรรยาช่างตุ๊ กล่าวว่า ในตอนแรกตกใจหลังสามีบอกว่าถูกตำรวจับ เพราะสามีเพิ่งโทรศัพท์มาขอเงินซื้อบุหรี่ แล้วมาถูกจับได้อย่างไร โดยสามีบอกให้ไปรอที่โรงพัก ไปถึงสามียังไม่ถึงนั่งรออยู่หน้าห้องสืบสวน แล้วตำรวจพาสามีมาถึงพร้อมทั้งพาเข้าห้อง พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก แล้วตนออกจากโรงพักมาในช่วงก่อน 17.00 น. เนื่องจากไปรับลูกที่เดินทางกลับจากโรงเรียน โดยต่อมา สามีบอกว่าช่วยไปหาเงิน 20,000 บาทมาจ่ายให้ แล้วตำรวจจะปล่อยตัวไม่ดำเนินคดี

ตนพร้อมลูกสาวจึงได้ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในตลาดป่าบอน จำนวน 20,000 บาท แล้วมามอบให้สามีในห้องสืบสวน ก่อนที่จะเดินออกมาข้างนอก เพราะสามีบอกว่าให้ไปรอข้างนอก หลังจากสามีรับเงินแล้ววางบนโต๊ะในห้องสอบสวน จำนวน 20,000 บาท ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าให้กลับบ้านได้ ตนจึงกลับมาพร้อมลูกสาว ส่วนสามีนั่งรถจักรยานยนต์กลับมากับพี่อรรถวุฒิดังกล่าว