ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - กพต.เห็นชอบกรอบแนวทางยกระดับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่การเป็นเมืองคู่แฝด หรือ Twin cities กับรัฐติดชายแดนของมาเลเซีย ร่วมพัฒนาในทุกมิติ ทั้งการค้าขาย ลงทุน ท่องเที่ยว บริการด้านสุขภาพ พร้อมดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคู่ขนานไทย-มาเลเซีย
วันนี้ (25 พ.ย.) จากการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ที่มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ประธาน เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ได้มีมติเห็นชอบกรอบแนวทางการขับเคลื่อนการบูรณาการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน กรอบแนวทางการยกระดับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกับรัฐติดชายแดนไทย-มาเลเซีย สู่การเป็นเมืองคู่แฝด (Twin cities) และเห็นชอบหลักการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีรายที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน จำนวน 309 ราย ที่ ศอ.บต.นำเสนอ
สำหรับกรอบแนวทางการยกระดับเมืองคู่แฝด (Twin cities) ไทย-มาเลเซีย ได้วางแนวทางเพื่อความร่วมมือการพัฒนารัฐติดชายแดนไทย-มาเลเซียในทุกมิติ โดยเฉพาะการค้าขายการลงทุน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมฮาลาล รวมไปถึงการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เทคโนโลยี การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และอื่นๆ ตั้งเป้าให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนำไปสู่การลดปัญหาและผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ เกิดความร่วมมือ สร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั้ง 2 ประเทศ
Twin cities มีแนวทางและมาตรการสำคัญ นำไปสู่การเป็นเมืองคู่แฝด ประกอบด้วย การอำนวยความสะดวกในด้านการค้าขาย การขนส่ง และการลงทุน โดยเริ่มแรกจะมีการหารือบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการขนส่ง และโดยสารข้ามพรมแดนระหว่างไทย-มาเลเซีย บนพื้นฐานของกรอบความตกลงอาเซียน ขยายเวลาเปิดปิดด่านชายแดน เพื่อให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศเดินทางค้าขายหรือท่องเที่ยวไปกลับได้ทันภายใน 1 วัน จัดทำบันทึกความร่วมมือส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ โคเนื้อ ไม้ผล พืชผัก สมุนไพร เครื่องเทศ และวัตถุดิบ สำหรับประกอบอาหารไทยและอาหารหลากหลายประเภท
ทบทวนการรับรองมาตรฐานฮาลาลไทยกับมาตรฐานฮาลาลมาเลเซียให้สอดคล้องกับตลาดความต้องการของมาเลเซีย จัดกิจกรรมตลาดนัดตามแนวชายแดน เพื่อกระจายรายได้และบรรเทาความยากจนของประชาชนในบริเวณพื้นที่ชายแดน จัดกิจกรรม Business Matching และ Workshop การส่งออกสินค้า พร้อมยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราครบวงจร Kedah Rubber City (KRC) Padang Terap รัฐเกดะห์- ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ พร้อมร่วมเป็นพันธมิตรอุตสาหกรรมยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ
นอกจากนี้ กรอบแนวทางเมืองคู่แฝด ไทย-มาเลเซีย ยังมีแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างรัฐติดชายแดนทั้ง 2 ประเทศ โดย จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา และ 5 รัฐ ตอนเหนือของมาเลเซีย จะมีการผลักดันสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network-UCCN) ด้านอาหาร เปิดสถานบันเทิงครบวงจรหาดใหญ่-สงขลาร่วมกับ 5 รัฐตอนเหนือของมาเลเซีย
พร้อมจัดแสดงสินค้าและบริการ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้แก่ ยะลา-รัฐเปรัก จัดกิจกรรมท่องเที่ยวขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big bike) ใช้เส้นทางระหว่างรัฐเปรัก มาเลเซีย-เบตง ยะลา จัดกิจกรรมวิ่งตามภูมิประเทศ Amazean Jungle trail Thailand By UTMB เส้นทาง เบตง ยะลา-รัฐเปรัก
ในส่วน จ.สตูล และ จ.ปัตตานี ร่วมกับ 5 รัฐตอนเหนือมาเลเซีย จัดกิจกรรมแข่งขันตกปลา ผลักดันแหล่งตกปลาของทั้ง 2 ประเทศ ยกระดับเทียบนานาชาติ พร้อมจัดกิจกรรม OTOP 2 แผ่นดิน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness Tourism ใน อ.หาดใหญ่ สู่การเป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพ ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเลเซีย
ทั้งนี้ Twin cities จะมีการเร่งรัดผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงชายแดนและการขนส่งใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย ผลักดันให้มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่เดินทางเข้าออกราชอาณาจักร โดยตรวจอนุญาตผ่านเครื่อง Auto Channel โดยไม่ต้องมีตราประทับขาเข้าและขาออก เร่งรัดโครงการสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก 2 แห่ง ได้แก่ อ.ตากใบ-เปิงกาลันกุโบร์ และสะพาน อ.สุไหงโก-ลก-รันเตาปันยัง เร่งรัดการก่อสร้างถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา สงขลาและด่านศุลกากรบูกิตกายูฮิตำ รัฐเกดะห์ และผลักดันการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย- มาเลเซีย สะพานสตูล-เปอร์ลิส หรืออันดามันเกตเวย์
อีกทั้งกรอบแนวทางเมืองคู่แฝด ไทย-มาเลเซีย จะมีการเสริมสร้างความร่วมมือและเครือข่ายพัฒนาสังคม การศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมอีกด้วย โดย ศอ.บต.ได้เสนอให้ กพต. เห็นชอบกรอบแนวทางการยกระดับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย กับรัฐติดชายแดนไทย-มาเลเซีย สู่การเป็นเมืองคู่แฝด (Twin cities) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในระยะ 4 ปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2567-2570


