ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “อัยการเลอศักดิ์” ที่ถูกลูกน้อง “เสี่ยแป้ง” ส่งจดหมายข่มขู่ แถลงยืนยันไม่รู้จักเสี่ยแป้ง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เสี่ยแป้งโดนจับ ระบุเนื้อในจดหมายมั่ว เขียนขู่ภรรยาทั้งที่ยังโสด จี้ตำรวจหาตัวคนนำจดหมายมาวางไว้ว่าสาเหตุมาจากเรื่องอะไร
ความคืบหน้ากรณีมีการส่งจดหมายลึกลับ อ้างตัวเป็นลูกน้อง “เสี่ยแป้ง” ส่งไปข่มขู่เอาชีวิตอัยการท่านหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 9 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงสงขลา และทวงเงินคืน อ้างรวมหัวกันหักหลังเสี่ยแป้งจนต้องติดคุก
ล่าสุด วันนี้ (1 พ.ย.) ที่สำนักงานอัยการภาค 9 นายเลอศักดิ์ ดุกสุขแก้ว อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 9 รักษาการตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงสงขลา ซึ่งเป็นอัยการที่ถูกส่งหมายมาข่มขู่ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเปิดเผยว่าไม่ได้รู้จักกับเสี่ยแป้ง หรือเกี่ยวโยงอะไรกับคดีที่เสี่ยแป้งถูกจับ หรือเรื่องที่ถูกอ้างถึงในจดหมายที่ส่งมาข่มขู่ เพราะว่าถ้าดูจากไทม์ไลน์ห้วงเวลารับราชการตั้งแต่ปี 60-61 รับราชการที่ จ.มีนบุรี ปี 61-63 รับราชการอยู่ในส่วนกลาง ปี 63-64 ย้ายมา จ.เพชรบุรี ปี 64-65 รับราชการที่ จ.ฉะเชิงเทรา ปี 65-66 มาอยู่ที่สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว จ.พัทลุง และตั้งแต่ 1 เม.ย.66 ถึงปัจจุบัน มาเป็นอัยการอยู่ที่ จ.สงขลา
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่รับราชการกับคดีของเสี่ยแป้ง ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีในประมาณช่วงปี 60-62 ไม่มีอะไรที่เกี่ยวโยงกันเลย ไม่ว่าจะในตำแหน่งที่รับราชการ หรือแม้แต่ช่วงที่มารับราชการที่ จ.พัทลุง ระหว่าง 1 เม.ย.65 ถึง 31 มี.ค.66 ไม่เคยรู้จักกับเสี่ยแป้ง และช่วงเวลาที่เสี่ยแป้งโดนคดีไม่ได้อยู่ในช่วงนี้แต่อย่างใด กระทั่งวันที่ 1 เม.ย.66 จนถึงปัจจุบัน มารับราชการเป็นอัยการอยู่ที่ จ.สงขลา
อัยการเลอศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ยิ่งเนื้อความในจดหมายที่ส่งมาข่มขู่ตนนั้น บางเรื่องก็ไม่จริง เช่น เรื่องที่เขียนข่มขู่ตนกับภรรยา เพราะว่าตนยังโสด ไม่ได้แต่งงานด้วยซ้ำ สำหรับจดหมายที่ส่งมาข่มขู่ถูกพบเมื่อวันจันทร์ที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 8 โมง ตอนที่มาทำงาน และเจ้าหน้าที่ธุรการไปพบจดหมายถูกนำไปวางไว้ที่โต๊ะ เยื้องๆ กับห้องทำงาน ตนนำมาเปิดดูพร้อมๆ กัน เพราะว่าไม่ได้มีความลับอะไร พบว่ามีใจความข่มขู่ตามที่สื่อได้นำเสนอไปแล้ว
อัยการเลอศักดิ์ ย้ำอีกว่า เรื่องจดหมายที่เขียนมาข่มขู่นั้นตนไม่ได้หวาดกลัวอะไร ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ไปวิ่งออกกำลังเหมือนเดิม ไม่ได้เกรงกลัวอิทธิพลอะไร เพียงแต่เมื่อปรากฏเป็นข่าวออกไป ทำให้สังคมเกิดความสงสัยหรือเข้าใจผิดว่าตนเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับคดีเสี่ยแป้ง จากเนื้อความในจดหมายที่เขียนมาข่มขู่ และอ้างว่าไปรับเงิน ไปหักหลังเสี่ยแป้งจนต้องติดคุกก็เท่านั้น
เหตุที่ได้นำจดหมายฉบับนี้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสงขลา เพื่อต้องการให้ตำรวจสืบสวนหาตัวคนที่นำจดหมายมาวางไว้ว่าเป็นใคร มาวางไว้เพราะอะไร เกี่ยวกับคดีของเสี่ยแป้งจริงมั้ย หรือว่าต้องการเบี่ยงเบนประเด็น หรือต้องการสร้างความปั่นป่วน ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นภายในสำนักงานอัยการ


