ตรัง - 2 สามีภรรยาชาวต่างถิ่นลงทุนซื้อที่ดิน 8 ไร่ บนเกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เพื่อปลูกเมล่อน 10 สายพันธุ์ และทำนาข้าวสีชมพู หวังสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ โดยมีผู้คนแห่กันไปเที่ยว ไปชิม ไปซื้อเป็นจำนวนมากแล้ว
“มีตรังฟาร์ม เมล่อนบนเกาะสุกร” ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 2 บ้านแหลม ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง น.ส.ทรรศนีย์พร นิ่มเจริญ อายุ 43 ปี ชาว จ.ราชบุรี และนายมงคล ธราดลธนสาร อายุ 43 ปี ชาว จ.มหาสารคาม เกษตรกร 2 สามีภรรยา ซึ่งทั้งคู่จบการศึกษาด้านการเกษตร จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ จึงมีความรู้ความสามารถด้านการเกษตร และเปิดบริษัทจำหน่ายด้านเมล็ดพันธุ์พืชด้วย ได้ลงทุนซื้อที่ดินบนเกาะสุกร จำนวน 8 ไร่ แบ่งพื้นที่นำร่องทดลองทำนาข้าวสายพันธุ์สีชมพู เนื้อที่ 1-2 ไร่ ซึ่งจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ปลายปีนี้
นอกจากนั้น ยังสร้างโรงเรือนปลูกพืชรวม 19 หลัง โดยเฉพาะเมล่อนปลูกไป 10 สายพันธุ์ หรือหลังละ 1 สายพันธุ์ ประกอบด้วย สายพันธุ์แสนดี เก็บเกี่ยวและขายหมดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนผ่านมา ดรากอนบอล เมล่อนเนื้อกรอบ สนูกรีน เมล่อนญี่ปุ่นเนื้อเขียว สายพันธุ์ไข่มังกร ฮามีกัว เมล่อนเนื้อส้ม สายพันธุ์ทิเบต แสนหวาน เมล่อนญี่ปุ่น เนื้อส้ม แจ่มจันทร์ เมล่อนกาเลีย เนื้อส้ม หยกมงคล เมล่อนญี่ปุ่น เนื้อเขียวนุ่ม อามีกัว เมล่อนที่ผลยาวคล้ายไข่มังกร แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ และสุดท้ายคือ ฮามิกัว สายพันธุ์ทิเบต ผลใหญ่ เนื้อกรอบ หวานฉ่ำ ที่ได้วางแผนให้ออกผลผลิตในช่วงกลางเดือนธันวาคม เพราะต้องอาศัยสภาพอากาศที่เย็น
โดยโรงเรือนแต่ละหลังจะปลูกเมล่อน 220 ต้น ขณะนี้ส่วนใหญ่กำลังทยอยเก็บผลผลิตทุกสัปดาห์ ซึ่งมีรสชาติหวานฉ่ำ กลิ่นหอม อร่อย น้ำหนักตั้งแต่ 1.5-2 กก.เศษ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ แต่ละโรงเรือนจะให้ผลผลิตประมาณ 300-500 กก. ราคาขาย กก.ละ 150 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่ผลผลิตเริ่มออกจำหน่าย โดยมีการโพสต์ขายผ่านทางยูทูป และขายทางเพจ ปรากฏว่ามีผู้คนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมทั้งชาวต่างชาติ เพื่อนมาถ่ายรูปกับนาข้าวสีชมพู และดูโรงเรือนปลูกเมล่อน พร้อมชิม และซื้อกลับกันทุกคน ทำให้ผลผลิตมีไม่พอจำหน่ายเลยทีเดียว
น.ส.ทรรศนีย์พร นิ่มเจริญ เกษตรกรบอกว่า แรกเริ่มตนกับสามีชอบท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ รวมทั้งมาที่ จ.ตรัง มาเห็นศักยภาพบนเกาะสุกรว่าเป็นเกาะที่แปลก พบชาวบ้านมีการทำนาข้าว และปลูกแตงโม ซึ่งแตงโมเกาะสุกร เป็นสินค้าขึ้นชื่อของ จ.ตรัง เพราะหวาน อร่อย จึงน่าจะต่อยอดปลูกพืชชนิดอื่น และคงได้ผลผลิตดีไม่แพ้กัน จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน จำนวน 8 ไร่ จากนั้นแบ่งพื้นที่ด้วยการซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวสายพันธุ์สีชมพู ในราคา กก.ละ 70,000 บาท เพื่อนำมาทดลองปลูกได้ 2 ปีแล้ว กระทั่งเห็นว่าสายพันธุ์เริ่มนิ่ง จึงมาขยายพันธุ์เพิ่มพื้นที่ปลูกในปีนี้
หลังจากนี้หากเมล็ดข้าวสีชมพูมีคุณภาพจะส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกด้วย เพราะจะเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรผู้ทำนาบนเกาะสุกรในอนาคต ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกข้าวสีชมพู รวมทั้งยังแบ่งพื้นที่ไปปลูกเมล่อน ปรากฏว่าได้ผลผลิตดีเหมือนกับแตงโม และเมล่อนสามารถให้ผลผลิตได้ดีทั้งปี เพราะปลูกในโรงเรือน ในอนาคตจะต่อยอดถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรบนเกาะสุกร ได้ทำนาข้าวสีชมพู และปลูกเมล่อน หวังจะช่วยสร้างสีสันแลนด์มาร์กแห่งใหม่ สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อได้ทางเฟซบุ๊ก “มีตรังฟาร์ม เมล่อนบนเกาะสุกร” หรือโทรศัพท์ 08-6115-6295


