ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - สาวเจ้าของร้านขายน้ำกระท่อมใน อ.เมืองสงขลา ร้องถูก 4 ชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็น อส.สงขลา อุ้มพาเด็กขายหน้าร้านเข้ากองร้อย พร้อมลูกน้อยอีก 2 คน บอกรับแจ้งร้านผสมยาเสพติดในน้ำกระท่อม ก่อนขู่รีดเงิน 4,000 บาท แลกกับการปล่อยตัว
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านขายน้ำกระท่อม ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนวนิช ซอย 1 ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ว่า มีชาย 4 คน แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ อส.จังหวัดสงขลา ได้ก่อเหตุอุ้มเด็กหน้าร้าน พร้อมลูกน้อยอีก 2 คน (ชาย 11 ขวบ หญิง 6 ขวบ) และได้ขู่รีดไถ่เงิน 4,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว โดยกล่าวหาว่าร้านของตนมีการผสมยาเสพติดลงไปในน้ำกระท่อม และนำมาขายให้วัยรุ่นในพื้นที่ โดยทางเจ้าของร้านยืนยันไม่มีการผสมยาเสพติดลงไปในน้ำกระท่อมแต่อย่างใด มีแต่น้ำเชื่อมที่ตั้งขายแยกเป็นขวดๆ เท่านั้น จึงเป็นสาเหตุในการร้องทุกข์กับสื่อเพื่อขอความเป็นธรรม
ล่าสุด วันนี้ (21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้พบกับเจ้าของร้าน ทราบชื่อคือ น.ส.ไอซ์ เดินทางไปที่ สภ.เมืองสงขลา เพื่อไปแจ้งความดำเนินคดีกับชายทั้ง 4 คน ที่แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ อส.จังหวัดสงขลา และได้ให้ข้อมูลว่า หญิงสาวเจ้าของร้านขายใบกระท่อม เล่าว่า วันเกิดเหตุประมาณ 6 โมง มีโทรศัพท์จากพนักงานที่ร้านโทร.มาแจ้งว่า มีผู้ชาย 4 คนแต่งกายคล้าย อส. แต่ไม่ทราบว่าเป็น อส.หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานไหนไปที่ร้าน ซึ่งไม่ได้คุยรายละเอียดกับพนักงานที่ร้านเยอะ แต่ขอตรวจค้น อีกทั้งไม่มีเอกสารตรวจค้นให้ทางพนักงานทราบว่ามาตรวจค้นทำไม สาเหตุใด (เจ้าของร้านฟังจากพนักงานเล่า ซึ่งตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์) เจ้าหน้าที่ยกลังน้ำกระท่อมขึ้นรถกระบะไป (ลังมีน้ำกระท่อม 12 ขวด) โดยนำตัวพนักงานที่ร้าน และลูกอีก 2 คนของพนักงานไปด้วย โดยนำตัวไปที่กองร้อย ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นกองร้อยที่ไหน ผู้ชายที่มา 4 คนนั้น 3 คนลงมาที่ร้าน อีก 1 คนรออยู่ที่รถ ตอนที่น้องพนักงานโทร.หานั้นอยู่ที่กองร้อย พนักงานเล่าว่ามีคนแต่งตัวเหมือน อส.มาจับตัว แล้วพามากองร้อย ให้ไปเคลียร์ให้หน่อย เลยตอบไปว่าขอคุยกับเขาหน่อย ซึ่งโทร.คุยผ่านแมสเซนเจอร์ของพนักงาน ไม่ได้โทร.หาโดยตรง
เจ้าของร้าน เล่าว่า ตนเองคุยกับเจ้าหน้าที่ ถามไปว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานไหน ก็ไม่ได้คำตอบ ถามว่าผิดข้อหาอะไร เขาแจ้งไม่ได้ ถ้าอยากจบเรื่องจ่ายเงินมาเลย 1 หมื่นบาท จึงถามไปว่าจะจ่ายค่าอะไร เขาบอกว่าก็เธอขายน้ำกระท่อมไง จึงถามไปว่าผิดข้อหาไหน เขาตอบมาว่างั้นไม่มีอะไรจะคุยแล้ว คุยกับหนูเขาคุยไม่รู้เรื่อง ทางนั้นก็ตัดสายไป ตอนนั้นยังไม่ถึงขั้นต่อรอง แต่บอกไปว่าถ้าผิดส่งไปพนักงานสอบสวนได้เลย เพราะที่ร้านมีใบอนุญาตประกอบกิจการ (ใช้เวลาคุยกันไม่ถึง 10 นาที)
หลังจากวางสายไป 30 นาที น้องพนักงานโทร.กลับมาอีกครั้ง โดยพูดว่าพี่ไอซ์ (ชื่อเจ้าของร้าน) เขาจะไม่คุยกับพี่แล้วนะ แต่เขาคุยกับหนูว่า เขาลดให้เหลือ 8,000 บาท (จากเดิม 10,000 บาท) ให้พี่โอนให้เขาภายในครึ่งชั่วโมง จึงถามกลับไปว่าจะให้จ่ายในข้อหาอะไร เพราะถ้าเป็นความผิดซึ่งหน้า หรือความผิดจริงๆ ให้ดำเนินคดีได้เลย พี่เป็นเจ้าของร้านรับผิดชอบทุกอย่าง น้องเป็นลูกจ้างไม่ต้องกลัวเขา (ชายคล้าย อส.) พยายามข่มขู่ลูกน้องเรา ให้จัดการนายจ้าง พูดกับพนักงานเราว่า นายจ้างเธอไม่มีใจแล้วนะ เขาทิ้งเธอไว้กลางทาง ถ้าส่งไปพนักงานสอบสวนเธอต้องขึ้นศาล เธอต้องมีประวัติคดีความ จากนั้นอีก 10 นาที พนักงาน (ชื่อเกด) โทร.กลับมาหาพี่ไอซ์ นายจ้างอีกครั้ง แล้วบอกว่าพี่ไอซ์ สุดๆ แล้ว เขาลดให้ 4,000 บาท ก็จะจบเรื่องให้เลย ได้คุยกับแฟนน้องเกด สรุปว่าแฟนน้องเกดเป็นคนโอนเงิน 4,000 บาท เข้าบัญชีน้องเกด น้องเกดจึงไปกดเงินที่ตู้ ATM หน้าเซเว่น สาขาแถวสวนตูล เพื่อนำเงินให้ผู้ชาย 4 คนนั้น จากนั้นนำน้องเกด และลูกทั้ง 2 คน รวมทั้งลังน้ำกระท่อมมาที่บ้านน้องเกด
ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่อง อย. เจ้าของร้านตอบว่า ในส่วนของร้านจะใช้สูตรใบกระท่อมสดนำมาต้มน้ำ นำน้ำกระท่อมมาผสมน้ำเชื่อม ซึ่งทางร้านมีใบอนุญาตผสมอาหารของเทศบาลเมืองเขารูปช้าง แต่ไม่มีใบอนุญาต อย. ถ้ากระทำผิดก็จะรับผิดชอบส่วนที่กระทำความผิดอยู่แล้ว แต่อยากให้บุคคลทั้ง 4 คนนั้นแจ้งข้อหาก่อน ไม่ใช่มาขูดรีดแบบนี้ อย่างน้อยเมื่อแจ้งข้อหา ทางร้านจะได้ดำเนินการข้อผิดพลาดนี้ให้ถูกต้อง เพราะถ้าเป็นแบบนี้ ก็ไม่รู้ผิดพลาดอะไร จะเจอแบบนี้บ่อยไหม วันนี้มาแจ้งความดำเนินคดี จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะไม่ทราบว่าชายทั้ง 4 คนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ เป็นใครมาจากไหน นอกจากนี้ลูกน้องอยู่ในความหวาดกลัว ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง ไม่ปกติสุข ตอนนี้ร้านปิดอยู่ เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ตอนนี้มีการโทร.มาข่มขู่หรือไม่ เจ้าของร้านตอบว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครโทร.มาข่มขู่ มีเพียงปลัด โดยติดต่อมาบอกว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ในเคสนี้ว่าเป็นใคร เป็น อส.จริงหรือไม่ ส่วนตัวมีความเชื่อในกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย ว่าน่าจะทำงานรวดเร็ว อยากจะฝากว่าอยากให้ช่วยติดตามเรื่องให้หน่อย เพราะว่าร้านตนเองโดนบ่อยเคสแบบนี้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือปลอม แต่ก่อนหน้านี้ทางร้านไม่มีใบอนุญาตผสมอาหาร จึงยินยอมไป เพราะคิดว่ามีความผิดจากเรื่องนี้ แต่ตอนหลังพยายามหาข้อบกพร่องของร้านว่ามีตรงไหน เพื่อทำให้ถูกกฎหมายที่สุด เพราะเป็นอาชีพของเราที่ใช้เลี้ยงชีพทำมาหากิน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา ได้ไปพบกับ นายเศวต เพชรนุ้ย ปลัดจังหวัดสงขลา และนายปัญญาวัฒน์ เรืองวงศ์โรจน์ ป้องกันจังหวัดสงขลา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง นายเศวต เพชรนุ้ย ปลัดจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เมื่อทราบเหตุการณ์ที่ปรากฏในสื่อไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยให้แต่ละหน่วยเช็กกำลังพลของตนเองว่า ในห้วงดังกล่าวมีผู้ใต้บังคับบัญชาได้ออกปฏิบัติภารกิจในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ซึ่งยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยพบว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ในส่วนของกองร้อยจังหวัด ซึ่งมอบหมายให้ผู้บังคับหน่วย (ผอ.ร้อย) สั่งการ รายงานชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีมูลตามที่ปรากฏ ต้องดำเนินการโดยเด็ดขาด นั่นคือเข้าสู่กระบวนการทางวินัย โดยตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ รับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้ร้องเรียน และฝ่ายผู้ถูกร้องเรียน ผิดหรือถูกว่าไปตามข้อเท็จจริง โดยทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงตรงนั้น
เบื้องต้น ทางจังหวัดแสวงหาข้อมูล หาตุ๊กตา (ตัวผู้ถูกร้องเรียน) ประกอบด้วยใครบ้าง เพื่อมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงลงไปตรวจสอบหาข้อมูล ซึ่งเราทราบเป็นเพียงตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนชัดเจนได้ว่าเป็นใคร คาดว่าจะใช้เวลาโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้เลขาฯ กำลังร่างคำสั่งอยู่ ปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน


