xs
xsm
sm
md
lg

สลด! เจ้าหน้าที่เอาคราบน้ำมันออกจากปากเต่าทะเล ขณะเจ้าท่าขอ “จิสด้า” ช่วยประเมินทางวิทยาศาสตร์ตามหาคนทำผิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - สลด! เจ้าหน้าที่เอาคราบน้ำมันออกจากปากเต่าทะเล หลังได้รับผลกระทบจากเรือมักง่ายลักลอบปล่อยน้ำมันลงในทะเล ขณะที่เจ้าท่าภูเก็ตรวบรวมข้อมูลเสนอ “จิสด้า” ช่วยประเมินและอ่านแปลภาพถ่ายทางดาวเทียม ค้นหาข้อเท็จจริง


สำหรับสถานการณ์คราบน้ำมันปริศนาถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นทะเลภูเก็ต และอันดามัน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากทั้งคนและสัตว์ รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะเต่าทะเล ซึ่งล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร สังกัดศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดภูเก็ต ว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชายหาดกะรน พบเต่าทะเลเกยตื้นมีชีวิตติดคราบน้ำมัน บริเวณหาดกะรน ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

โดยเจ้าหน้าที่ ศวอบ. ได้เข้าช่วยเหลือและตรวจสอบเต่าเกยตื้นดังกล่าว พบเป็นเต่าตนุ (Chelonia mydas) อยู่ในช่วงวัยเด็ก ความยาวกระดอง 13 เซนติเมตร ความกว้างกระดอง 12 เซนติเมตร น้ำหนัก 220 กรัม มีสภาพอ่อนแรง พบภาวะแห้งน้ำรุนแรง ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในระดับผอม ภายนอกพบคราบน้ำมันปนทรายปกคลุมทั้งร่างกาย รวมถึงในช่องปากและหลอดอาหารส่วนต้น จึงได้เคลื่อนย้ายมาศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร โดยทำการขจัดคราบน้ำมันที่ปกคลุมทั่วร่างกายและในช่องปากและหลอดอาหารออกเบื้องต้น รวมทั้งทำการตรวจวินิจฉัยเพื่อพิจารณาแผนการรักษาต่อไป


ขณะที่ทางเจ้าท่าภูเก็ต นำโดย นายณชพงศ ประนิตย์ เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 เพื่อจัดทำโมเดลการเดินทางของคราบน้ำมัน และหาจุดกำเนินของปัญหา โดยวิเคราะห์สภาพอากาศ ทั้งกระแสลม กระแสน้ำและกระแสคลื่นในห้วงเวลาที่คราบน้ำมันถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง และปริมาณเรือต่างๆ ในเส้นทางที่คาดว่าจะมีการแล่นผ่านมาในห้วงเวลาดังกล่าว เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลในการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป ณ ศูนย์ควบคุมจราจรและความปลอดภัยทางทะเลอันดามัน


นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกันได้ข้อสรุปว่า ทางศูนย์วิจัยฯ จะสนับสนุนข้อมูลสภาพอากาศ กระแสน้ำและกระแสลม เพื่อวิเคราะห์และสร้างโมเดลหาแหล่งที่คาดว่าจะเป็นที่มาของคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดินดังกล่าว จากนั้นเมื่อกำหนดพิกัดพื้นที่ได้แล้ว จะจัดส่งแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำรวจและประเมินความเสียหายกับแนวปะการัง สัตว์ทะเลบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

ทางด้านสำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ สนับสนุนข้อมูลรายงานผลการตรวจสอบกรณีปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เพื่อค้นหาพื้นที่แหล่งที่มา การทดสอบปริมาณน้ำมันและจุดที่คาดว่ามีการรั่วไหลกับสภาพปัจจุบัน เพื่อสรุปพื้นที่และเวลาที่คาดว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันเพื่อแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำตัวอย่างคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดินที่ตรวจพบบริเวณริมชายฝั่ง ตรวจสอบหาชนิดและองค์ประกอบของน้ำมัน โดยจะใช้เวลาในการวิเคราะห์ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติฯ ทำการรวบรวมคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดินที่จัดเก็บได้ในพื้นที่ชายหาดของจังหวัดภูเก็ตทั้งหมด เพื่อไปจัดเก็บทำลายตามกระบวนที่ถูกต้องต่อไป


“นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการหารือร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำโมเดลในการติดตามหาเรือที่เป็นผู้ทิ้งคราบน้ำมันลงทะเลให้แคบลง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมด ได้แก่ วันเวลาที่เกิดเหตุ ห่างจากฝั่งเป็นระยะทางเท่าใด บริเวณไหนและอย่างไรบ้าง เท่าที่จะหาข้อมูลได้จากอุปกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อรวบรวมและโฟกัสมาศูนย์ VTH ว่ามีเรือใดบ้างที่ผ่านมาทาง รวบรวมข้อมูลทั้งหมดจัดส่งไปให้จิสด้าต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น