ศูนย์ข่าวภาคใต้ - กลุ่มอิทธิพลการเมืองท้องถิ่นที่สุราษฎร์ฯ ยังไม่หยุดเล่นงาน “ทองไทยรับเบอร์” เครือธุรกิจยางเก่าแก่ของภาคใต้ ล่าสุด ชวนม็อบชาวบ้านที่เคยบุกยึดสวนปาล์มพันธุ์ศรีให้หันมายึดสวนยางแปลงพิพาทอีกหน ฝันหวานหากทำสำเร็จจะได้นำที่ดินไปแบ่งกันตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สักที
รายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 19 เมษายน 2566 ได้มีม็อบชาวบ้านที่เคยเป็นมวลชนร่วมบุกยึดที่ดินสวนปาล์มพันธุ์ศรีนับหมื่นไร่ที่หมดสัญญาเช่าต่อรัฐในพื้นที่ อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ได้รวมตัวกันกว่า 70 คน ก่อม็อบเข้าบุกกระจายกันเข้ายึดที่ดินสวนยางในครอบครองของบริษัท ทองไทยรับเบอร์ จำกัด ในพื้นที่ ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรีเช่นกัน โดยอ้างว่าเป็นที่ดินไม่มีเจ้าของ ไม่มีเอกสารสิทธิ และมีข้าราชการผู้ใหญ่พร้อมให้การช่วยเหลือได้นำไปแบ่งกันเป็นที่ดินทำกิน แม้พบว่ามีคนงานของบริษัทดูแลสวนยางและมีผู้รับเหมากำลังตัดไม้ยางที่หมดอายุกันอยู่ แต่กลับยื่นข้อเสนอให้เก็บข้าวของออกจากพื้นที่ไปภายใน 3 วัน
จากการสอบถามชาวบ้านบางส่วนที่ร่วมม็อบทำให้ทราบว่า พวกเขาได้รับการชักชวนจาก นายเดชา เชาวลิต และพวกให้ร่วมกันบุกยึดจับจองเป็นที่ดินทำกินไว้ก่อน เพราะมีข่าวว่าจะมีม็อบต่างถิ่นมาบุกยึดด้วยเช่นกัน หากทำสำเร็จจะนำที่ดินไปแบ่งปันกันในภายหลัง ซึ่งนายเดชา คือบิดาของ “ส.จ.ปิ๊ก” นายปรีติ เชาวลิต ส.อบจ.สุราษฎร์ธานี เขต อ.ชัยบุรี บุตรชายตนโตที่มีความใกล้ชิดกับตระกูลบ้านใหญ่ในจังหวัด อีกทั้งนายเดชา และคนในครอบครัวกำลังมีข้อพิพาทที่ดินสวนยางบริเวณดังกล่าวกับบริษัททองไทยรับเบอร์ จนเป็นผลให้ศาลจังหวัดเวียงสระ ออกหมายจับมาแล้ว และวันที่ 24 เมษายนที่จะถึงนี้ยังมีกำหนดสู้คดีในศาลกันอีกครั้ง
ทั้งนี้ มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าม็อบบุกยึดที่ดินสวนยางของเครือบริษัททองไทยรับเบอร์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับนายเดชา และครอบครัว กล่าวคือก่อนหน้า 1 วัน หรือวันที่ 18 เมษายน 2566 นายเดชา กับบุตรชายคนที่ 2 และที่ 3 ได้เดินทางเข้าไปในที่ดินสวนยางแปลงพิพาทเพื่อดูลาดเลาและเตรียมความพร้อมให้ม็อบ ซึ่งยืนยันได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายไว้โดยกลุ่มผู้รับเหมาตัดไม้ยาง อีกทั้งเหตุการณ์นำม็อบบุกยึดสวนยางของเครือบริษัทในลักษณะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2-3 หน
ต่อมา ได้มีเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินสวนยางทั้งที่เป็นของคนในเครือข่ายบริษัททองไทยรับเบอร์ และชาวบ้านที่ถูกม็อบบุกยึด รวมถึงผู้รับเหมาตัดไม้ยางรวม 6-7 ราย ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ชัยบุรี พร้อมกันนั้น พ.ต.อ.วรภพ วรภูมิ ผกก.สภ.ชัยบุรี ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยมีการถ่ายสำเนาบัตรประชาชนผู้ร่วมม็อบไว้ทั้งหมด ก่อนแจ้งว่าหากไม่ถอนตัวภายในวันนี้ (20 เม.ย.) จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับผลการเจารจาระหว่างตัวแทนบริษัทกับตัวแทนม็อบได้ข้อสรุปว่า ถ้ายืนยันได้ว่าที่ดินสวนยางทั้งหมดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องฝ่ายม็อบพร้อมถอนตัว
มีการตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากบริษัทมีข้อพิพาทที่ดินระลอกใหม่กับนายเดชา และครอบครัวมาตั้งแต่ปี 2564 เคยมีการระดมม็อบได้มากสุดประมาณ 20 คนมายึดสวนยางในเครือข่ายบริษัท แต่หนล่าสุดนี้จัดว่าระดมได้มากสุด ส่วนหนึ่งเพราะเคยเป็นมวลชนที่ร่วมบุกยึดสวนปาล์มพันธุ์ศรีหลายหมื่นไร่ที่หมดสัญญาเช่าที่ดินจากรัฐมาก่อน เมื่อไม่สำเร็จแล้วมีคนไปชวนมาทำม็อบยึดที่ดินสวนยางก็เลยระดมมาได้มาก และเป็นไปได้มากที่เหตุการณ์ม็อบยึดสวนยางครั้งนี้จะถูกนำไปประกอบในคดีความที่มีการฟ้องร้องกันอยู่ในศาลด้วย
ด้าน ดร.ปรีดี ลีลาเศรษฐวงศ์ กรรมการบริหารบริษัททองไทยรับเบอร์ กล่าวว่า มีที่ดินสวนยางในเครือข่ายบริษัทถูกม็อบบุกยึดหนนี้รวมประมาณ 20 แปลง นอกนั้นมีที่ดินสวนยางชาวบ้านที่อยู่ข้างเคียงได้รับผลกระทบไปด้วย ในส่วนของผู้บริหารบริษัทเข้าใจดีว่ากลุ่มชาวบ้านถูกให้ข้อมูลผิดๆ ชักชวนมา จึงไม่ต้องการเอาความผิดใดๆ และหากชาวบ้านกลุ่มนี้ต้องการความช่วยเหลือระหว่างถอนตัวถอยกลับไปก็ยินดีเท่าที่ทำได้ สำหรับเรื่องคดีความต้องการเอากับกลุ่มคนที่เป็นแกนนำชักชวนให้เกิดม็อบยึดสวนยางครั้งนี้เท่านั้น


