สุราษฎร์ธานี - ช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น กว่า 10 ตัว ยกโขลงลงมาถล่มกินพืชสวนชาวบ้านเสียหายกว่า 100 ไร่ พังบ้านยับเยิน 1 หลัง ชาวบ้านผวาหนักไม่กล้าออกตัดยางในยามค่ำคืน ผู้นำชุมชนวอนหน่วยงานรัฐเร่งผลักดัน
วันนี้ (14 มี.ค.) นางอุไรวรรณ บรรดาศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าร่อน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ม.3 บ้านหน้าเขาล่าง ต.ป่าร่อน ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ถูกช้างป่ามากกว่า 10 ตัว ลงมากินต้นปาล์มน้ำมัน อายุระหว่าง 1-2 ปี เสียหายกว่า 200 ต้น ในพื้นที่ 11 ไร่เศษ นอกจากนั้น ช้างป่ายังได้พังบ้านพักอาศัยของชาวบ้านเสียหายทั้งหลังไปอีก 1 หลัง นอกจากนั้น แปลงผักแตงกวากำลังติดดอกออกผลเสียไปอีกจำนวนหลายไร่
จึงได้นำเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ พร้อมประสานให้ผู้สื่อข่าวทราบเพื่อชักชวนให้ลงไปดูพื้นที่ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากช้างป่า โดยในที่เกิดเหตุพบ นายเอกชัย ไวยวิจิตร และภรรยาเจ้าของสวน โดยภรรยาระบุว่า พื้นที่สวนของตนเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ได้ปลูกต้นปาล์มประมาณ 11 ไร่ เมื่อคืนที่ผ่านมาถูกฝูงช้างลงมาจากเขาที่อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ใช้งวงดึงถอนและกัดกินหัวต้นปาล์มน้ำมันเสียหายยับเยินไปทั้ง 11 ไร่ โดยฝูงช้างได้ทิ้งต้นปาล์มที่ไม่ได้ถูกถอนขึ้นมาไว้จำนวน 3 ต้นให้เจ้าของดูต่างหน้า นอกจากนั้น ช้างยังได้ทำลายบ้านพักเสียหายไปทั้งหลัง ส่วนสามีตนนั้นโชคดีก่อนเกิดเหตุได้ออกไปทำธุระจึงปลอดภัย เมื่อกลับมาตอนเช้าพบว่าสวน และบ้านเสียหายไปหมดแล้ว
ด้าน นางอุไรวรรณ บรรดาศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าร่อน เปิดเผยว่า ฝูงช้างป่าได้ออกจากป่ามาหากินภายในพื้นที่ต.ป่าร่อน ต.คลองสระ ต.ช้างซ้าย ติดต่อกันมานานกว่า 3 เดือนแล้ว พืชสวนของชาวบ้านเสียหายไปกว่า 100 ไร่ มีชาวสวนถูกช้างทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสไป 1 คน จึงวอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานให้ส่งกำลังมาช่วยผลักดันฝูงช้างกลับเข้าป่า และหาทางร่วมกันวางแผนป้องกันระยะยาวต่อไป
ขณะนี้ชาวบ้านหวาดกลัว หวาดผวาหนัก หลายหมู่บ้านไม่กล้าออกไปตัดกรีดยางในช่วงค่ำคืน เนื่องฝูงช้างเริ่มมีพฤติกรรมค่อนข้างดุร้าย พบคนหรือแสงไฟจะวิ่งเข้าใส่ และออกไปรื้อค้นหาของกินที่เป็นกะปิ น้ำปลา เกลือในบ้านเรือนของประชาชนหากเข้าไปไม่ได้จะทำลายตัวบ้าน สำหรับสาเหตุช่างที่มีความดุร้ายเพิ่มขึ้นนั้นมาจากสาเหตุถูกชาวบ้านไม่เข้าใจไล่ต้อนช้าง ใช้ประทัดจุดไล่ จุดลูกบอมบ์ และยิงปืนไล่ เป็นต้น


