xs
xsm
sm
md
lg

ชาวประมงบุกศาลากลางปัตตานี โวย ศอ.บต.ล่าช้า จี้เร่งจ่ายเงินเยียวยาหลังล่วงเลยนาน 3 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัตตานี - ชาวประมงนับ 100 ชีวิต เดินถือป้ายบุกศาลากลางจังหวัดปัตตานี จี้ ศอ.บต.เร่งเยียวยาชาวบ้าน หลังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือนาน 3 ปี พร้อมร้องเรียนถึงผู้ว่าฯ ช่วยหาทางออก

วันนี้ (18 ม.ค.) ที่บริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี ชาวประมงจังหวัดปัตตานีนับ 100 กว่าชีวิต ได้รวมตัวกันเพื่อประท้วงถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแก้ไขปัญหาของทาง ศอ.บต. ในโครงการให้รัฐรับซื้อเรือผ่าน ศอ.บต. การเยียวยาส่วนต่าง รวมไปถึงการที่มีผู้บริหารจัดการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประมงจังหวัดปัตตานี ที่ไม่สามารถจัดการปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านที่ทำประมงจังหวัดได้ พร้อมแถลงปัญหา และข้อเรียกร้องต่อหน้าผู้สื่อข่าว

โดยชาวประมงจังหวัดปัตตานี ได้รวมกลุ่มกันพร้อมป้ายไวนิลที่เรียกร้องไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และต้องการให้ทาง ดร.เจ๋ง หรือ ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ออกไปจากการแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และออกจาก ศอ.บต. อีกทั้งยังพร้อมใจกันเดินขบวนจากบริเวณลานหน้าศาลากลาง ไปด้านในของศาลากลางจังหวัดปัตตานี เพื่อต้องการยื่นหนังสือให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีโดยตรง โดยทาง นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ออกมารับหนังสือกับมือด้วยตัวเอง โดยมี นางอันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี เป็นตัวแทนในการยื่นหนังสือต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัด และได้ส่งหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยผ่านทางประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ซึ่งมี นายเชื่อง ชาตอริยะกุล กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ด้านเศรษฐกิจ เป็นคนมารับหนังสือต่อกลุ่มชาวประมง และทางกลุ่มยืนยันที่จะรอเพื่อฟังความคืบหน้าในการส่งตัวแทนเข้าไปประชุมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด

สำหรับปัญหาและข้อเรียกร้องที่กลุ่มชาวประมงปัตตานีได้แถลงนั้น มีนายยอดยิ่ง จันทรโชติ เป็นตัวแทนในการแถลง โดยได้กล่าวว่า พวกตนเหมือนโดนหลอก เพราะโครงการนำเรือออกนอกระบบที่ทาง ศอ.บต. สัญญาว่าจะเสร็จภายในสิ้นปีที่แล้ว แต่สุดท้ายก็ยื้อเวลาไปอีก ซึ่งจังหวัดปัตตานี อาชีพเส้นเลือดใหญ่กว่า 60 เปอร์เซ็นต์มาจากการทำประมง พอประมงเริ่มล่มสลายออกไปจากระบบ สร้างความเดือดร้อนต่อผู้คนที่สูญเสียอาชีพ อีกทั้งบางคนถึงขั้นฆ่าตัวตายเพราะหนี้สินรุมเร้า ซึ่งสุดท้ายทางเราได้เสนอโครงการรับซื้อเรือคืน โดยมีทาง ศอ.บต.เป็นแม่งานในโครงการนี้ แต่ทาง ศอ.บต. โดยเฉพาะ ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ที่เป็นคนบริหารโครงการ ซึ่งเหมือนทางท่านจะทำไม่เป็น ไม่กล้าทำหรือทำไม่ได้ ซึ่งทางพวกเราสงสัยว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ เพราะมันเกิดความล่าช้า โดยทางพวกเราอยากจะรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา มันติดขัดตรงไหน เหมือนกับท่านหลอกเราที่เป็นตัวแทนชาวประมง และให้เราไปหลอกกับชาวบ้านที่ทำประมงที่คาดหวังอยู่แบบนั้น ซึ่งมันไม่เป็นธรรม

พวกเราต้องการคนที่แก้ปัญหาได้จริง ไม่สร้างเงื่อนไขเพิ่ม และแก้ไขปัญหาเดิมให้ลดลง ซึ่งโครงการนี้มันเหมือนผูกติดกับ ศอ.บต.ไปแล้ว ตนจึงอยากเรียกร้องว่าให้จ่ายเงินฟื้นฟู แต่จะไม่รอไปถึงทั้งปี เพราะเรารอมานานแล้ว และการเยียวยาในการสูญเสียโอกาส เพราะทางท่านบอกว่าทำโครงการตั้งแต่ปี 62 ซึ่งเรือที่จะทาง ศอ.บต.จะซื้อกลับถูกการประเมิน แต่เมื่อเรือถูกจอดทิ้งไว้ 3-4 ปี ท่านจะมาประเมินแล้วตัดงบตรงนั้นไปอีกด้วยความเสื่อมสภาพ ทางพวกเราคิดว่ามันไม่ยุติธรรม และต้องการเอาคนที่ไม่คิดจะทำ หรือทำไม่ได้ และทำลายจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไป ซึ่งขอระบุเลยว่า ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ทางเราไม่ต้องการ เพราะท่านไม่รู้บทบาทตัวเอง

ขณะเดียวกัน ภายหลังชาวประมงได้ยื่นหนังสื่อต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีแล้วนั้น ปรากฏว่า ล่าสุด ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีสมาคมประมงจังหวัดปัตตานี ได้มีการรวมกลุ่มยื่นหนังสือเรียกร้องเงินค่าชดเชยในส่วนของการนำเรือประมงออกนอกระบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่

โดยหนังสือชี้แจงระบุว่า ตามที่สมาคมประมงจังหวัดปัตตานี ได้มีการรวมกลุ่มยื่นหนังสือ เพื่อเรียกร้องเงินค่าชดเชยในส่วนของการนำเรือประมงออกนอกระบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ศอ.บต.ขอชี้แจงว่า ศอ.บต.ได้รับทราบปัญหา และหาแนวทางในการช่วยเหลือชาวประมงมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำเรียนปัญหาดังกล่าวไปยังรัฐบาล เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ จ.ปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างดีที่สุด ที่ผ่านมาได้มีการจัดประชุมคณะอนุกรรมการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือ


ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ดังนี้

1.เห็นชอบโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกรณีเร่งด่วน (เรือชุดที่ 1) ตามที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการเยียวยาตามมาตรการลดจำนวนเรือประมง เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เห็นชอบผลการตรวจสอบประวัติ ความถูกต้อง และคุณสมบัติเรือประมง และเจ้าของเรือพื้นที่จังหวัดปัตตานี และผลการประเมินราคาค่าชดเชยเรือประมงที่เข้าร่วมโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกรณีเร่งด่วน (เรือชุดที่ 1) ของกลุ่มเรือประมงที่รับการประเมินสภาพเรือ จำนวน 97 ลำ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 166,723,800 บาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้นำเกณฑ์และคุณสมบัติของเรือประมง และเจ้าของเรือที่จะนำออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน (กลุ่มเรือ 1,776 ลำ) เพื่อให้เป็นเกณฑ์และคุณสมบัติเดียวกัน (โดยให้ปรับเกณฑ์และคุณสมบัติเพียงเกณฑ์สีขาว และดำเท่านั้น จากเดิมที่มีขาว เทา และดำ) และส่งผลการจัดกลุ่มเรือเสนอให้กรมประมง เพื่อกรมประมงในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เสนอให้ประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายเพื่อพิจารณานำเรื่องเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ พร้อมกับเรือที่จะนำออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน (กลุ่มเรือ 1,776 ลำ) ที่กรมประมงดำเนินการ

2.มอบหมายให้ ศอ.บต. เป็นหน่วยดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายช่วยเหลือเยียวยาซื้อเรือประมงในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และเป็นหน่วยดำเนินการจ่ายเงินชดเชยการทำลายเรือประมง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่จะกำหนดไว้ต่อไป

3.จังหวัดปัตตานี ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการตรวจสอบประวัติ ความถูกต้อง และคุณสมบัติเรือประมง และเจ้าของเรือพื้นที่จังหวัดปัตตานี (คทน.ตรป.) กำหนดจัดประชุมเพื่อพิจารณาจัดกลุ่มเรือประมงที่เข้าร่วมโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกรณีเร่งด่วน (เรือชุดที่ 1) โดยนำเกณฑ์และคุณสมบัติของเรือประมง และเจ้าของเรือที่จะนำออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน (กลุ่มเรือ 1,776 ลำ) เพื่อนำผลเข้าสู่การประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเยียวยาตามมาตรการลดจำนวนเรือประมงเพื่อจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะกำหนดประชุมในวันที่ 20 มกราคม 2566 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอให้กรมประมง ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในการเสนอของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีเรือสีเทาอีก 4 ลำ ที่จำเป็นจะต้องปรับให้เป็นขาวหรือดำเท่านั้น โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มิได้นิ่งนอนใจในการดำเนินการปฏิบัติตามที่นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบเป็นหลักการตามที่สำนักงบประมาณเสนอไว้แล้วนั้น ได้เร่งรัดพิจารณาจากประชุมเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากเรือตามโครงการของ ศอ.บต. มีเรือสีเทา 4 ลำ ที่จำเป็นจะต้องปรับสีตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เพื่อที่จะนำผลสรุปที่ประชุมเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ

การดำเนินการข้างต้น ศอ.บต.ขอเรียนว่าเป็นไปตามขั้นตอนที่ส่วนราชการได้กำหนดร่วมกัน ซึ่ง ศอ.บต.เป็นส่วนราชการหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติที่ส่วนราชการในฐานะหน่วยบังคับใช้กฎหมายกำหนด นั่นคือการเสนอเรื่องไปยังอนุกรรมการกลั่นกรอง 1 และคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ตามลำดับ ซึ่งเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติของประเทศเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเป็นมาตรฐานการปฏิบัติเช่นเดียวกันทั้งประเทศ

ศอ.บต.และรัฐบาลขอเรียนว่าทุกส่วนราชการได้เร่งรัดการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเต็มที่ แต่อาจจะมีความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารบางขั้นตอน การดำเนินการจากผู้บริหารที่เกี่ยวข้องที่จะนำไปสู่ความเข้าใจว่าจะสามารถเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณจากคณะรัฐมนตรีได้ โดยไม่ต้องผ่านคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติอีก เนื่องจากไม่มีหนังสือสั่งการที่เป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ ในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว นอกจากหนังสือที่สำนักงบประมาณ เสนอกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบที่ให้การปฏิบัติเรื่องการนำเรือออกนอกระบบนอกจากจะต้องผ่านคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีในทุกโครงการเท่านั้น

ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่า ศอ.บต.และรัฐบาลเร่งรัดการดำเนินการทุกอย่างให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะการประชุมในวันที่ 30 มกราคม 2566 ที่จะถึงนี้ คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ จะเห็นภาพรวมของการเสนอโครงการนำเรือออกนอกระบบทั้งประเทศ ก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีตามลำดับขั้นตอนต่อไป