xs
xsm
sm
md
lg

สมุยคึกคัก! เรือสำราญ Mein Schiff 5 แวะนำนักท่องเที่ยวพร้อมลูกเรือกว่า 2,800 คนขึ้นฝั่งท่องเที่ยว ชอปปิ้ง 1 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - เกาะสมุยคึกคัก รับนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญ Mein Schiff 5 พร้อมลูกเรือกว่า 2,800 คน แวะลอยลำในอ่าวทะเลเกาะสมุย และนำนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่ง ท่องเที่ยว-จับจ่ายบนเกาะสมุย 1 วัน ก่อนเดินทางต่อไปแหลมฉบัง และสิงคโปร์


วันนี้ (17 ธ.ค.) ที่อ่าวทะเลบ้านหน้าทอน หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีเรือสำราญขนาดใหญ่ ชื่อเรือ Mein Schiff 5 เดินทางมาจากประเทศเวียดนาม เพื่อท่องเที่ยวและเดินทางมาทอดสมอลอยลำในทะเลเกาะสมุย พร้อมนำผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสัญชาติยุโรป จำนวน 1,892 คน และลูกเรือ 918 คน รวมจำนวน 2,810 คน โดยมีเรือขนถ่ายได้เข้าไปรับนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญมาขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรือบ้านหน้าทอน โดยมี นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย นางศุภากาญจน์ ยอดฉุน ผอ.ททท.สำนักงานเกาะสมุย พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนร่วมทำพิธีต้อนรับ

ทันทีที่นักท่องเที่ยวขึ้นมาจากเรือขนถ่าย นายอำเภอเกาะสมุย พร้อมคณะได้ร่วมกันคล้องพวงมาลัยต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมนำมโนราห์มาร่ายรำต้อนรับ สร้างความประทับใจให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ขณะที่ในพิธีต้อนรับได้มีการออกซุ้มสินค้าโอทอปของเกาะสมุย มาโชว์ และยังมีเจ้าหน้าที่ ตม. ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ตำรวจ สภ.เกาะสมุย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าเกาะสมุย เจ้าหน้าที่ ศรชล.จว.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งอำเภอเกาะสมุย ได้ร่วมกันอำนวยความสะดวก


จากนั้นนักท่องเที่ยวได้ขึ้นรถไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะสมุย ทั้งไปชอปปิ้ง และไปนั่งร้านอาหาร โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะใช้เวลาอยู่บนฝั่งเกาะสมุยตลอดทั้งวัน และในเวลา 17.00 น.นักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางกลับขึ้นเรือทุกคน โดยมี ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ทำการตรวจหนังสือเดินทาง ก่อนที่เรือจะออกเดินทางไปต่อไปแหลมฉบัง และไปจบเส้นทางที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนับว่าเป็นเรือสำราญลำที่ 2 แล้วในรอบ 1 เดือน ที่นำนักท่องเที่ยวมาแวะพักขึ้นฝั่งที่เกาะสมุย


สำหรับเรือสำราญ Mein Schiff 5 นับว่าเป็นเรือสำราญลำที่ 2 ที่เข้าสมุย หลังจากลำแรก “M.V.Viking Mars” เข้าเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2565 หลังกลับมาเปิดพื้นที่การท่องเที่ยว โดย Mein Schiff 5 กำหนดการเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน-21 ธันวาคม 2565 รวม 46 วัน ออกเส้นทางจาก Antalya ประเทศตรุกี ประเทศสิงคโปร์ ประเทศในกลุ่มอาเซียน ประเทศสิงคโปร์ (สำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียนมีจำนวน 14 วัน จากสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ไทย (เกาะสมุย แหลมฉบัง) สิงคโปร์)

โดยเรือได้แวะพักที่โฮจิมินห์ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ก่อนเข้าเกาะสมุย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2565 แจ้งจำนวนผู้โดยสารประมาณ 1,892 คน ลูกเรือ 918 คน ก่อนเดินทางไปแหลมฉบัง และสิ้นสุดการเดินทางที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนับว่าจำนวนผู้โดยสารมีจำนวนประมาณ 3 เท่าเมื่อเทียบกับเรือลำแรกที่เข้าเกาะสมุย โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน เดินทางท่องเที่ยวในเกาะสมุยแบบ one day trip ตามโปรแกรมต่างๆ และเกาะใกล้เคียง เกาะแตน เกาะมัดสุม อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง และพักผ่อนใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกตามโรงแรมต่างๆ ในสมุย ก่อนกลับขึ้นเรือในช่วงเย็น


นางศุภากาญจน์ ยอดฉุน ผอ.ททท.สำนักงานเกาะสมุย กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่การเดินทางของนักท่องเที่ยวเรือสำราญลำที่ 2 ที่เข้าเกาะสมุย ได้มีการบรรจุขายแพกเกจทัวร์ในเรือสำราญที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวชุมชนเป็นครั้งแรก ทั้งเส้นทางการเรียนรู้เรื่องมะพร้าว เส้นทางอาหารถิ่น ซึ่งนับว่าเป็นผลสำเร็จร่วมในการทำงาน และผลักดันของพันธมิตรภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้แก่ ททท. D.M.C. สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนอำเภอเกาะสมุย สถาบันการศึกษาและหน่วยงานอื่นๆ ที่ร่วมกันพัฒนา ต่อยอดสร้างสรรค์กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวชุมชนในช่วงสถานการณ์โควิด ที่ต้องการเปิดการท่องเที่ยวของเกาะสมุยในมิติใหม่ที่แตกต่างกว่าเดิม ให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิต ภูมิปัญญา สร้างประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า มีความหมาย แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันระหว่างผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน นำมาซึ่งความประทับใจ และการจดจำต่อสถานที่ที่มาเยี่ยมเยือน (Meaningful Travel)

นอกเหนือจากกระจายรายได้แก่ชุมชน ท้องถิ่น สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. และในครั้งนี้ได้มีการจัด มุมขายของที่ระลึกจากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชุมอำเภอเกาะสมุย ภายใต้ชื่อ Samui Local Charm เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าจากสมาชิกชุมชน และภาคีเครือข่ายอีกด้วย จึงถึงว่าเป็นก้าวแรกที่การท่องเที่ยวชุมชนเกาะสมุยเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจเรือสำราญอย่างเป็นรูปธรรม และคงต้องพัฒนา รักษามาตรฐาน เสน่ห์ของชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป