ชุมพร - ผู้โดยสารไปกับเรือเครื่องยนต์ระเบิดกลางทะเลชุมพร เผยได้กลิ่นเหม็นน้ำมันรั่วตั้งแต่จอดอยู่ท่าเรือ ออกจากฝั่งได้เพียง 5 นาที เครื่องยนต์ระเบิด เป็นความสะเพร่าของผู้ประกอบการที่ไม่ดูแลเรือพร้อมให้บริการ โชคดีแค่บาดเจ็บ ไม่มีผู้เสียชีวิต
จากกรณีเรือสปีดโบ๊ต ชื่อ “เรือลมหลักคีรินทร์ 18” ของบริษัท หลักลมคีรินทร์ไฮสปีดเฟอรี่ ซึ่งเป็นเรือร่วมบริการของท่าเรือบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด สาขาชุมพร เครื่องยนต์ระเบิดกลางทะเล มีผู้โดยสารและลูกเรือบาดเจ็บรวม 20 คน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.วันนี้ (20 ก.ค.)
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวในขณะที่ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่เรือออกจากฝั่งไปได้ประมาณ 2 ไมล์ทะเล เรือได้เกิดเหตุขัดข้องที่เครื่องยนต์ เกิดประกายไฟและระเบิด ประกายไฟวิ่งไปทางท้องเรือ ทำให้ผู้ที่นั่งถูกไฟไหม้ ในระหว่างที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าไปช่วยเหลือทั้งผู้โดยสารและลูกเรือ 20 คน ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นฝั่งและนำส่งโรงพยาบาล ผู้บาดเจ็บมีอาการหนัก 2 คน โดยไฟไหม้ตามร่างกาย 50% ผู้โดยสารทั้ง 18 คน เป็นนักท่องเที่ยวมาจากกรุงเทพฯ ขับรถมาจอดที่ท่าเรือเพื่อจะไปดำน้ำที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี
นายโชตินรินทร์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทางจังหวัดได้จัดที่พักให้ที่โรงแรมแรมนานาบุรี ในตัวเมืองชุมพร ส่วนเรื่องคดีนั้นถือเป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อชีวิตและร่างกายประชาชน เพราะฉะนั้นทางตำรวจจะเชิญเจ้าของเรือมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุอื่นได้ให้ทางเจ้าท่าตรวจสอบในส่วนเครื่องยนต์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเปิดเผยว่ามีกลิ่นน้ำมันก่อนที่เรือจะออกจากท่า โดยเบื้องต้นได้ให้นายตรวจเรือ นายช่างเครื่องกล ตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง
ด้าน นายบุญฤทธิ์ อภิชัยชูพงศ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นช่างภาพที่มากับกรุ๊ปทัวร์ 1 ในผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ผู้โดยสารทั้งหมดได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ตั้งใจที่จะเดินทางไปเกาะเต่า จำนวน 18 คน ได้เช่าเหมาลำเรือลำดังกล่าวเพื่อไปท่องเที่ยวและดำน้ำ และพักค้างคืนที่เกาะเต่า ซึ่งช่วงเรือก่อนออกจากฝั่งระหว่างที่นั่งอยู่ในเรือตนเองและคนอื่นๆ รู้สึกผิดสังเกต เนื่องจากได้กลิ่นน้ำมันลอยขึ้นมา จนเรือแล่นออกไปจากท่าได้ประมาณ 5 นาที ได้ยินเสียงระเบิดตูมสนั่น เกิดไฟลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทุกคนร้องด้วยความตกใจและกระโดดหนีตายลงน้ำ แต่โชคดีที่ทุกคนว่ายน้ำเป็นและใส่เสื้อชูชีพ
นายบุญฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการสะเพร่าปล่อยปละละเลยไม่ดูแลเรือให้พร้อมที่จะนำมาให้บริการ ซึ่งเรือก็เหมือนรถที่จะต้องดูแลตรวจเช็กอยู่อย่างสม่ำเสมอ เหตุการณ์ครั้งนี้ยังถือว่าโชคดีมีเพียงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไม่ถึงแก่ชีวิต และโชคดีตรงที่ว่าจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ฝั่งและอยู่ในระยะที่คนบนฝั่งสามารถเห็นได้


