xs
xsm
sm
md
lg

ชาวเบตงโอดสินค้าราคาแพงโดยเฉพาะพริกแห้ง-กระเทียม สูงสุดในรอบหลายสิบปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยะลา - กลุ่มร้านอาหารตามสั่งและประชาชนในอำเภอเบตง จ.ยะลา โอดสินค้าราคาปรับขึ้นแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะพริกแห้ง และกระเทียมที่สูงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายสิบปี วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา ไม่อยากให้เป็นการซ้ำเติมประชาชนในช่วงฟื้นจากการระบาดโควิด-19

วันนี้ (3 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจตลาดในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา ที่ภายหลังเกิดภาวะราคาพริกแห้ง กระเทียมมีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนชาวเบตงส่วนใหญ่บอกว่าแพงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา จากเดิมเคยซื้อพริกแห้งมาประกอบอาหารตามสั่งขายหรือใช้แกงที่บ้าน ในราคาไม่เกินกิโลกรัมละ 150 บาท แต่ปัจจุบันมีราคาพุ่งสูงขึ้น โดยพริกกะเหรี่ยง ราคากิโลกรัมละ 200 บาท ส่วนพริกอินเดีย กิโลกรัมละ 170 บาท โดยพริกกะเหรี่ยงและพริกอินเดียเพิ่งปรับราคาขึ้นในเดือนที่ผ่านมา


ขณะที่เปรียบราคาพริกในตลาดส่วนกลาง เช่น พริกขี้หนูสวน 150.00 บาท/กก. พริกยอดสน 60.00 บาท/กก. พริกยำแดง 60.00 บาท/กก. พริกกะเหรี่ยง 140.00 บาท/กก. พริกจินดาแดง 65.00 บาท/กก. พริกจินดาเขียว 57.50 บาท/กก. พริกเหลือง 80.00 บาท/กก. พริกหยวก 50.00 บาท/กก. พริกหวาน 120.00 บาท/กก. พริกไทยอ่อน 120.00 บาท/กก. พริกชี้ฟ้า 60.00 บาท/กก.

โดยแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งรายหนึ่งเปิดเผยว่า ในช่วงนี้ถือว่าราคาพริกแห้ง และกระเทียมมีราคาสูงมากเป็นประวัติการณ์ จากเดิมราคาไม่เกิน 150 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันมีราคาสูงกว่า 170-200 บาท/กก. ส่วนกระเทียมจัมโบ้ จากเดิมราคากิโลกรัมละ 60 บาท ปรับขึ้นเป็น 70 บาท/กก. กระเทียมหัวเล็กจากเดิมราคากิโลกรัมละ 50 บาท ปรับขึ้นเป็น 60-65 บาท/กก. ส่วนราคากระเทียมไทย ราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท ปรับขึ้นเป็น 120 บาท/กก. ซึ่งทำให้พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ที่เป็นร้านอาหารตามสั่งนับสิบแห่งต้องได้รับผลกระทบ เพราะมีรายจ่ายต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ต้องจำใจรักษาลูกค้าไว้ที่จะปรับราคาขึ้นไม่ได้ ยังต้องขายราคาเดิม และเมนูไหนที่ต้องใช้พริกแห้ง ต้องหันมาปรับเปลี่ยนใช้พริกสดประกอบอาหารแทน และใช้พริกแห้งมาผสมเพิ่มเพื่อให้เกิดความเผ็ดถูกใจลูกค้าตามเดิม


และภายหลังจากการระบาดของโควิด-19 ลดลง และทางรัฐบาลได้มีการยกเลิกมาตรการต่างๆ ในการควบคุมการระบาดโควิด-19 ทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น แต่ในพื้นที่อำเภอเบตงเอง ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทันฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจยังคงมีรายได้น้อยอยู่แล้ว จะเป็นการซ้ำเติมประชาชนที่หาเช้ากินค่ำอีก รวมทั้งปัญหาต่อมาคือราคาน้ำมันพืช น้ำปลา เครื่องปรุงชนิดต่างๆ ที่นำมาใช้ประกอบอาหารปัจจุบันเริ่มมีราคาปรับสูงขึ้นตามมาซ้ำอีก จากเดิมขวดละไม่เกิน 55 บาท แต่ปัจจุบันขึ้นราคาสูงไปอยู่ที่ 67 บาทต่อขวด จึงอยากให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาในจุดนี้เพิ่มเติมตามมาอีกด้วย

ขณะที่ชาวเบตงรายหนึ่ง กล่าวว่า ภายหลังจากการที่โควิด-19 ระบาดมากว่า 2 ปี ประชาชนส่วนใหญ่ก็หนักพอแล้ว และหากมีการขึ้นราคาข้าวของเครื่องใช้ อาหารบริโภค ตามมาสูงขึ้นอีกเห็นใจพ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องซื้อของมาขายที่ต้นทุนแพงขึ้น ตนเองขอบบอกว่าของแพงทุกอย่าง แต่จำเป็นต้องซื้อไปกินไปขาย จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเพื่อเป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามที่มีมาตรการหลายๆ มาตรการออกมาในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่ง เราชนะ อะไรต่างๆ ในลักษณะนี้ให้เพิ่มมากขึ้นตามมา ให้เหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจที่สินค้าเกือบทุกอย่างปรับราคาขึ้นแพงในขณะนี้