ตรัง - อดีตคนข่าวพัฒนาเตาจรวด ชื่อ “เตาเจ้าพระยา” ใช้เพียงเศษไม้ 1 กำ แต่ให้ความร้อนสูง จนสามารถนำมาปรุงอาหารได้สารพัดวิธี ทั้งต้ม ย่าง ทอดหรือคั่ว เพื่อเป็นทางเลือกในยุคที่พลังงานแพงทุกอย่าง
นายเจ้าพระยา ท่าพระจันทร์ อดีตคนข่าว เปิดบ้านในพื้นที่หมู่ 1 ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา จ.ตรัง ให้ผู้สื่อข่าวเยี่ยมชม พร้อมสาธิตวิธีการใช้เตาเจ้าพระยา หรือเตาจรวด หรือเตาเหล็ก Rocket stove ที่ได้พัฒนาจนได้เตาที่ประหยัดพลังงาน ใช้เพียงแค่เศษไม้ก็ให้ความร้อน สามารถทำอาหารได้หลายเมนู ทั้งต้มไข่ ย่างปลา ทำสเต๊ก และคั่วกาแฟ ซึ่งเป็นเตาที่ได้คิดค้นต่อยอดมาจากการดูสื่อออนไลน์ให้เป็นในแบบของตนเอง และสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่อีกด้วย ด้วยการผลิตเตาจากลูกค้าออนไลน์ และเพื่อนๆ ที่ให้ความสนใจ โดยมีราคาเกือบๆ เตาละ 2,000 บาท และหากใช้แล้วเตาพัง ยินดีเคลมทุกกรณี
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ตนเองได้โพสต์รีวิวสินค้าเตาเจ้าพระยาลงสื่อโซเชียลในเฟซบุ๊กส่วนตัวในชื่อ “Jaopraya Thaprachan” พร้อมแจ้งเบอร์โทร.08-1836-5068 ทำให้มีออเดอร์ และจำหน่ายเตาไปแล้วจำนวนกว่า 10 ตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในยุคที่พลังงานแพงทุกอย่าง
ข้อดีของเตาเจ้าพระยา หรือเตาจรวด หรือเตาเหล็ก คือใช้งานได้หลากหลายมาก สามารถปรับไฟให้อ่อนหรือแรงได้ และยังใช้เศษไม้ในการเป็นเชื้อเพลิง เพียงแค่เศษไม้ขนาด 1 กำมือ สามารถทำให้น้ำเดือดได้ เนื่องจากในสวนตัวเองมีเศษไม้มาก จึงไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อถ่านเลย ทั้งนี้ ไม้ไผ่ 1 ข้อ สามารถที่จะใช้กระทะปรุงอาหารขั้นต่ำได้ 1 อย่าง หากใช้ 2 ข้อไม้ไผ่ จะทำได้ 2-3 เมนู เท่ากับประหยัดได้มากเลยทีเดียว
ส่วนความแข็งแรงของเตาก็หายห่วง เพราะวัสดุทำด้วยเหล็กกัลวาไนซ์ ซึ่งมีความหนา 2 มม. พร้อมออกแบบขาตั้งให้มีความสมดุลกัน จึงไม่พังลงมาง่ายๆ สามารถอยู่ได้นานประมาณ 5-10 ปี หรือหากดูแลดีๆ ก็ 10 ปีขึ้นไป และใช้ฟืนน้อยมาก โดยไม่ต้องง้อแก๊ส ซึ่งนอกจากสามารถใช้เตานี้ในการอุ่น หรือทำกับข้าวกินเองได้แล้ว ยังเหมาะสำหรับการออกแคมป์ด้วย นอกจากนี้เมื่อเผาเสร็จขี้เถ้าจะมีลักษณะเป็นฝุ่น สามารถนำไปแช่น้ำ ทำเป็นน้ำด่างใช้ในสวนฆ่าศัตรูพืชได้ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีเลย
ส่วนกรณีที่ทางกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาแนะนำให้ประชาชนใช้เตามหาเศรษฐีซูเปอร์อั้งโล่ ในสภาวะที่แก๊สหุงต้มปรับราคาสูงขึ้นนั้น ในความคิดส่วนตัวของตนเองมองว่าเป็นความคิดที่ดี แต่กระทรวงพลังงานน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะเป็นคนคุมพลังงานของชาติ ทั้งเรื่องน้ำมัน เรื่องแก๊ส หรือ Energy อื่นๆ คิดว่าน่าจะมีอะไรใหม่ๆ ให้ทำอีกเยอะ กรณีเตาอั้งโล่คิดว่ามันเล็กไป ในฐานะที่ตนเองเคยคลุกคลีอยู่กับแวดวงพลังงาน ดังนั้นควรหันไปมองอย่างอื่นที่ช่วยชาวบ้าน อย่าให้ต้องจ่ายเงินไปซื้อเตาเพิ่ม เพียงแค่จัดการแก๊สให้มีราคาถูกลง หรือคิดค้นนวัตกรรมพลังงานอย่างอื่น เช่น แสงอาทิตย์ พลังงานลม เพื่อไปเสิร์ฟให้ชาวบ้านในชุมชนนั้นๆ โดยไม่จำเป็นต้องให้เขาไปควักเงินเพิ่ม ซึ่งระดับด็อกเตอร์ที่ทำงานอยู่ในกระทรวงพลังงานมีเยอะ และสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น


