xs
xsm
sm
md
lg

จ่อเดินหน้าขับไล่ ผอ.-ร้องทำตามคำสั่งศาล กรณีพิพาทห้ามนักเรียนอนุบาลปัตตานีคลุมฮีญาบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัตตานี - รวมพลหารือร่วมหาทางออกกรณีพิพาทห้ามนักเรียน ร.ร.อนุบาลปัตตานี คลุมฮีญาบ ที่ประชุมลงมติเตรียมยื่นหนังสือขับไล่ ผอ.โรงเรียน ย้ำโรงเรียนต้องทำตามคำสั่งศาลปกครองยะลา

วันนี้ (25 พ.ค.) ที่ห้องประชุมสำนักงานมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี นายสายัณห์ สุขจันทร์ ประธานศูนย์พิทักษ์ธรรม พร้อมด้วยตัวแทนผู้นำศาสนา ตัวแทนภาคประชาสังคม อดีตข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ และตัวแทนผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลปัตตานีกว่า 50 คน มีนายอุดร น้อยทับทิม ประธานมูลนิธิศูนย์กลางอิสลามเพื่อการพัฒนายะลา เป็นประธานในที่ประชุม โดยได้ร่วมประชุมวางแนวทางรูปแบบกิจกรรม ในการยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อเรียกร้องใน 2 เรื่อง คือ (1) เรียกร้องให้ทางโรงเรียนปฏิบัติตามศาลปกครองจังหวัดยะลา ได้มีคำพิพากษาให้เด็กนักเรียนสามารถคลุมฮีญาบ (คลุมผม) ได้ และ (2) ขอให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปัตตานีออกจากโรงเรียน

ซึ่งการยื่นหนังสือให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีในครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นสายบังคับบัญชาสูงสุดของจังหวัดปัตตานี ที่มีอำนาจและหน้าที่กำกับดูแลปกครองข้าราชการทุกส่วนในจังหวัดปัตตานี เพื่อรับเรื่องพิจารณาตามบทบาทหน้าที่เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้เกิดความสันติอย่างแท้จริง โดยในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อส่งไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันที่ 8 มิ.ย.65 โดยส่งตัวแทนประมาณ 30 คน มีผู้ปกครองของนักเรียนร่วมด้วย พร้อมทั้งทางที่ประชุมได้มีการเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่เดินทางเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานในวันนั้นอีกด้วย

นายสายัณห์ สุขจันทร์ ประธานศูนย์พิทักษ์ธรรม เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการกำหนดแนวทางที่จะยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้ทำการขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนออกจากโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อลดปัญหาแรงเสียดทานที่จะเกิดขึ้น เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลาย เพราะตนเองเชื่อว่าความรู้สึกของคนมุสลิมทั่วประเทศรู้สึกไม่สบายใจมาก ตนเคยเรียกร้องเรื่องฮีญาบมา 10 กว่าปี ยกตัวอย่างโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ชาวไทยพุทธ 90 เปอร์เซ็นต์ มีนักเรียนมุสลิมหญิงชั้น ม.6 เพียงแค่คนเดียวที่ต้องการคลุมฮีญาบ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนั้นได้อนุญาตให้คลุมฮีญาบได้ พร้อมทั้งนำเด็กหญิงดังกล่าวมาพูดหน้าเสาธง และบอกเพื่อนๆ ว่าการคลุมฮีญาบมีผลดีอย่างไร นี่คือตัวอย่างแม้มีเพียงแค่คนเดียว


แต่ในขณะที่โรงเรียนอนุบาลปัตตานี มีเด็กนักเรียนมุสลิมจำนวนมาก แต่กลับคลุมฮีญาบไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาไทย อันนี้เป็นปัญหาที่ตนรู้สึกว่าสร้างความบอบช้ำ ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนควรหยุดได้แล้ว ตั้งแต่ศาลปกครองจังหวัดยะลา มีคำสั่งมา เพราะเหตุผลที่ศาลปกครองให้มา กฎอะไรก็ตามจะขัดต่อกฎรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ไม่ได้ มันชัดอยู่แล้ว

ดังนั้น ควรจะต้องยึดหลักตามกฎของกระทรวงศึกษาธิการ ถึงแม้ว่าจะมีบางกลุ่มอ้างว่าเป็นพื้นที่ของธรณีสงฆ์ คลุมฮีญาบไม่ได้ ก็ขอท้าพิสูจน์ว่ามีข้อบัญญัติในพระไตรปิฎก ว่าเมื่อเด็กมุสลิมคลุมฮีญาบในพื้นที่ธรณีสงฆ์ในโรงเรียน แล้วทำให้พระอาบัติปาราชิก ก็ขอให้ทางสำนักพุทธวินิจฉัยออกมา และประกาศออกมา ทางเด็กมุสลิมจะไม่เรียนโรงเรียนวัดทั่วประเทศเลย เพราะอิสลามสอนว่าเราจะไม่เบียดเบียนศาสนาอื่น ที่จะทำให้ศาสนาอื่นเสียหาย ฉะนั้นในวันนี้เป็นเรื่องของศาสนา หรือเรื่องของอารมณ์คนกันแน่ เพราะตนเชื่อว่าพุทธ และมุสลิมมีหลักสอนที่ดีอยู่แล้วในเรื่องของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ประเด็นในเรื่องของธรณีสงฆ์ควรจะหยุดได้แล้ว

จากข้อซักถามว่ามีกระแสในพื้นที่มีความกังวลใจว่า ผู้ที่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้เป็นผู้ที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ จะทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในพื้นที่หรือไม่นั้น ประธานศูนย์พิทักษ์ธรรม เปิดเผยว่า ในประเด็นเรื่องนี้ ตนเองในฐานะนักสิทธิมนุษยชน ตนไม่ได้ทำเฉพาะเคสนี้ เราทำเรื่องเรียกร้องสิทธิตามกรอบรัฐธรรมนูญมา 10 กว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้นทั่วทุกพื้นที่ในราชอาณาจักรไทย เราสามารถเรียกร้องตามกฎหมายได้หมด มันมาจากความร่วมมือของคนในพื้นที่ต้องการ แล้วให้ใครก็ตามแต่ซึ่งไม่ใช่คนในพื้นที่ที่มีความรู้ ความสามารถในการเจรจาเพื่อให้เรื่องมันยุติ มาทำงานร่วมกันแค่นั้นเอง ถ้าเรายึดติดอย่างนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการโรงเรียน ข้าราชการหลายคนไม่ใช่คนในพื้นที่ เราอย่าเอาตรงนี้มาเป็นข้ออ้าง ต้องถามว่าผมเป็นคนไทยหรือไม่ ถ้าผมเป็นคนไทยก็คือจบ สามารถไปได้ทั่วราชอาณาจักรไทย ไม่มีกฎหมายห้าม