นครศรีธรรมราช - ชุดเฉพาะกิจที่ไหน! บุกข่มขู่หนุ่มเจ้าของอู่ต่อรถสามล้อพ่วงท้ายโฟร์วีล ใช้บรรทุกปาล์ม-มะพร้าวในพื้นที่เกษตร อ้างดัดแปลงสภาพรถ จยย.ผิดกฎหมาย ท้ายสุดชำระค่าปรับไร้ใบเสร็จ 5 พันบาทจบ
เหตุการณ์เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ขณะที่ นายจักกริช พิทธยกิจ เจ้าของอู่ต่อรถจักรยานยนต์พ่วงท้ายสามล้อ ที่รู้จักในชื่อ “สามล้อโฟร์วีล” สนทนากับกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 7-8 คน ที่อ้างว่าเป็น “ชุดเฉพาะกิจ” เข้ามาแสดงตัวเพื่อตรวจสอบรถที่ต่อขึ้นในอู่ของนายจักกริช ในท้องที่หมู่ 3 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยสาระสำคัญมีการอ้างว่าเป็นชุดเฉพาะกิจ พยายามขู่ที่จะยึดรถที่ต่อขึ้น พร้อมทั้งรถลูกค้า อ้างว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายในการดัดแปลงสภาพรถ และระบุว่า รถทั้งหมดถูกยึดแล้ว ไปชำระค่าปรับที่โรงพักเป็นเงิน 5 พันบาท แต่หลังจากนั้นปรากฏว่า ญาติของนายจักกริช ได้เข้ามาช่วยเหลือเจรจา ก่อนชำระเงินให้ชุดเฉพาะกิจชุดนี้ไปเป็นเงิน 5 พันบาท โดยไม่ได้รับใบเสร็จ ชุดเฉพาะกิจชุดนี้จึงขับรถกลับไป
ล่าสุด วันนี้ (17 ม.ค.) หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้ติดตามเรื่องนี้ พบว่าอู่ของ นายจักกริช พิทธยกิจ เป็นที่รู้จักในกลุ่มเกษตรกรท้องที่ลุ่มน้ำปากพนัง และใกล้เคียง เนื่องจากเป็นผู้ผลิตต่อรถสามล้อพ่วงท้ายในชื่อ “สามล้อโฟร์วีลช่างกริช” ในอู่มีการต่อรถลักษณะเป็นรถสามล้อพ่วงท้าย ส่วนโครงรถนั้น นายจักรกริช ให้ข้อมูลว่า ไปซื้อเฉพาะโครงมาจากร้านรับซื้อเศษเหล็ก หลังจากนั้นได้นำมาขัดแต่งแล้วใส่เครื่องใหม่ ซึ่งมีเอกสารถูกต้อง ดัดแปลงให้มีเกียร์เดินหน้าถอยหลังให้รถสามารถลุยในพื้นที่ที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ ส่วนพ่วงท้ายได้ต่อจากเหล็กคุณภาพดี ซึ่งมีการขออนุญาตตามขั้นตอนจาก อบต.ในพื้นที่ในส่วนของการประกอบกิจการ
นายจักกริช พิทธยกิจ เปิดเผยว่า ชายทั้ง 7-8 คนได้เข้ามาที่อู่ในขณะที่ตนเองไม่ได้อยู่ในอู่ ไปทำภารกิจในสวนส้มโอ และดูแลคุณตา จากนั้นมีคนโทร.ไปบอกว่ามีเจ้าหน้าที่มาตรวจอู่ จึงกลับมาดูพบว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวนั้นอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบทั้งหมด แจ้งว่าเป็นชุดเฉพาะกิจ แต่ไม่ทราบต้นสังกัดที่แน่ชัด ได้แสดงตัวเชิงข่มขู่ที่จะยึดรถที่ต่อขึ้นทั้งหมด พร้อมทั้งทำบันทึกจับกุมในข้อหาดัดแปลงสภาพ ซึ่งมีทั้งรถของลูกค้าที่ส่งต่อเติม รถที่ต่อขึ้นใหม่ อ้างว่าโครงรถกับเครื่องไม่ตรงกัน ไม่สามารถต่อประกันภัยได้ จดทะเบียนไม่ได้ เป็นการกระทำความผิด และต้องไปปรับที่โรงพัก 5 พันบาทในข้อหาดัดแปลงสภาพ ด้วยความตกใจหลังจากนั้นมีการชำระเงินค่าปรับให้ไปเป็นเงิน 5 พันบาท แต่ไม่มีใบเสร็จ ชุดเฉพาะกิจดังกล่าวได้เดินทางออกไป จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่ากลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้เป็นเจ้าหน้าที่หรือไม่ หรือสังกัดไหน
สำหรับรถสามล้อพ่วงท้ายติดเครื่องยนต์ดังกล่าว นายจักกริช ระบุว่า เป็นการลองผิดลองถูกมากว่า 10 ปี จบการศึกษาเพียง ม.3 กศน.เท่านั้น จนสามารถต่อออกมาใช้การได้ดีในที่สุด มีเกียร์เดินหน้า และถอยหลัง นิยมใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม บรรทุกปาล์ม มะพร้าว สวนส้มโอ ในย่าน อ.ปากพนัง และใกล้เคียง ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรจำนวนมาก เนื่องจากบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1.2 ตันต่อ 1 เที่ยวในการขนย้าย คล้ายกับรถอีแต๊ก สามารถเข้าถึงพื้นที่น้ำท่วมขัง โคลนตมได้ดีมาก จะวิ่งบนถนนก็แค่ในหมู่บ้าน อยากขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็แล้วแต่ อย่าหาช่องทางรังแกกับผู้ที่ทำมาหากินอาชีพสุจริต ขอให้ไปตักเตือนหากกระทำความผิดที่ไม่เจตนา และไม่รู้ขั้นตอนข้อกฎหมายเพื่อจะได้แก้ไขกันไป


