xs
xsm
sm
md
lg

ครวญ “Krabi Sandbox” ไม่ปัง ปัญหาเยอะ สายการบินทยอยหยุด เหลือนักท่องเที่ยวไม่ถึง 20% คาดซบเซาทั้งปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระบี่ - ปธ.สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.กระบี่ ครวญ Krabi sandbox ไม่ปัง ปัญหาเยอะ ระบุไฟลต์บินเริ่มทยอยหยุด เหลือนักท่องเที่ยวไม่ถึง 20% ผู้ประกอบการเริ่มจะสิ้นหวังกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล คาดท่องเที่ยวซบเซา


นายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.กระบี่ ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของ จ.กระบี่ ประสบปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาด้านนโยบายของรัฐบาลที่มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวปรับตัวไม่ทัน

ซึ่งต้องเข้าใจว่า การทำธุรกิจท่องเที่ยว เอเยนซีต้องทำตลาดล่วงหน้า และเมื่อวันที่ 1 พ.ย.64 ทางรัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศ ได้มีการปรับมาตรการและเงื่อนไขการเข้าประเทศไทยของทั้งคนไทยและคนต่างชาติ เพื่อรับผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนโดยไม่ต้องผ่านการกักตัวภายใต้โครงการ Test & Go (T&G) ทำให้มีนักท่องเที่ยวจองการเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมีการะบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น ทางรัฐบาลโดย สบค.ก็ได้มีการยกเลิกโครงการ และเปลี่ยนมาใช้โครงการ Krabi Sand box


ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา รัฐบาลโดย ศบค.มีมติเปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว หรือ sandbox เพิ่มอีกจำนวน 3 จังหวัด ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) พังงา (ทั้งจังหวัด) และกระบี่ (ทั้งจังหวัด) ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2565 เป็นต้นไป จากเดิมมีจังหวัดภูเก็ต (Phuket Sandbox) เพียงพื้นที่เดียว

สำหรับโครงการกระบี่ sandbox ต้องยอมรับว่าติดเงื่อนไขหลายอย่าง จึงทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเท่าที่ควร ซึ่งพบว่าในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าพักในพื้นที่ไม่ถึง 20% ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย


ในขณะที่ไฟลต์บินจากต่างประเทศที่บินตรงมาลงที่ จ.กระบี่ หลายไฟลต์บินเริ่มหยุดบิน เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้ทางผู้ประกอบการเริ่มจะสิ้นหวังกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล และคาดว่าปีนี้ทั้งปี การท่องเที่ยวคงจะซบเซา แม้แต่ในช่วงตรุษจีนที่จะถึงนี้ก็ตาม

“ตนอยากฝากไปถึงรัฐบาล การออกมาพูดในเรื่องของนโยบายต่างๆ ผู้ที่ออกมาสื่อสารควรจะเป็นคนคนเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างพูด จนทำให้คนฟังเองสับสน และคำบางคำที่ไม่ควรใช้ก็กลับเอามาใช้ เช่น การเก็บค่าเหยียบประเทศ ฟังแล้วรู้สึกไม่ดี ทั้งที่มีคำอื่นอีกหลายคำพูดที่ใช้แทนได้กลับไม่พูด”


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเดินทางเข้าจังหวัดกระบี่ ต้องมีหลักฐานการรับวัคซีนตามจำนวนไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทาง ประวัติการติดเชื้อและการตรวจหาเชื้อ เด็กอายุ 12-17 ปี รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม หากไม่มีหลักฐานต้องมากับผู้ปกครอง และเด็กอายุ 6-11 ปีต้องมากับผู้ปกครอง มีผลการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ส่วนผู้ที่ติดเชื้อรักษาหายไม่เกิน 3 เดือนต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าหายหรือไม่มีอาการแล้วแม้ได้รับวัคซีน ผู้ติดเชื้อและได้รับวัคซีน 1 เข็มไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนการเดินทาง

ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เว้นแต่ผู้เดินทางที่มีสัญชาติไทยและมีสิทธิในการรักษาพยาบาลตามที่กฎหมายกำหนด ต้องเปิดแอปพลิเคชันหมอชนะภาษาอังกฤษไว้ตลอดเวลา ให้โรงแรมที่พักตรวจสอบทุกวัน หลักฐานยืนยันเวลาพำนักในโรงแรมชาร์เอ็กซ์ตราพลัส SHA EXTRA PLUS หรืออัลเทอร์เนทีฟควอลันทีน ในจังหวัดกระบี่อย่างน้อย 1 คืน พร้อมเอกสารชำระเงินค่าที่พักและค่าตรวจเชื้อด้วยวิธีอาร์ทีพีซีอาร์ ครั้งที่ 1


และให้ตรวจหาเชื้อด้วยวิธีดังกล่าวครั้งที่ 2 ระยะเวลาที่พำนัก 5-6 วัน ที่ศูนย์สวอบเซ็นเตอร์ โดยรัฐรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ให้โรงแรมบันทึกผลการตรวจเข้าระบบ ผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดกระบี่ประเภทแซนด์บ็อกซ์ที่ได้รับอนุมัติเป็นเวลา 7 คืน สามารถย้ายที่พำนักได้ไม่เกิน 2 แห่ง มีการส่งต่อข้อมูลระหว่างที่พำนักทั้ง 2 แห่ง พร้อมเอกสารการชำระเงินค่าที่พักและค่าตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง หากพำนักน้อยกว่า 7 คืน ต้องมีเอกสารเที่ยวบินตรงนอกประเทศทางท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่เท่านั้น ให้มีการติดตามนักท่องเที่ยวขณะอยู่ในจังหวัดและออกนอกจังหวัดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดกระบี่ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จากข้อมูลของศูนย์สื่อสารความเสี่ยงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ได้รายงานจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ตั้งแต่วันที่ 1-9 มกราคม 2565 มีผู้ป่วยเฉลี่ยอยู่ที่ 50-135 คน ส่วนผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 กลายสายพันธุ์โอมิครอน ขณะนี้ถือว่ายังไม่ทรงตัว ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2565 พบผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธีอาร์ทีพีซีอาร์รายใหม่ในจังหวัด 35 คน แยกเป็นในจังหวัด 24 คน ต่างประเทศ 11 คน มีผู้ป่วยโควิดสะสม 12,970 คน ผู้ป่วยเข้าข่ายตรวจด้วยเอทีเค 119 คน ยอดสะสม 9,006 คน รักษาหายสะสม 21,370 คน กำลังรักษา 1,498 คน และเสียชีวิตสะสม 66 คน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น