ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “บิ๊กใหม่” สั่งปราบปรามน้ำมันเถื่อนในแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย หลังถูกแต่งตั้งเป็น ผอ.ศปนม.ตร. สั่ง ตชด.ลุยจับผู้นำเข้าน้ำมันเถื่อนจากประเทศมาเลเซีย เพียง 3 วันได้ของกลางอื้อ
วันนี้ (16 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.ต.อ .สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้แบ่งงานให้รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบ โดยให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.(สส.) เป็น ผอ.ศปนม.ตร. รับผิดชอบในการปราบปรามผู้ลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร และได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อรรถวุฒิ อ่อนแก้ว ผบก.ตชด.ภาค 4 ดำเนินการจับกุมผู้ค้าน้ำมันเถื่อนในแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สุริวงศ์ สมทรง ผบ.ร้อย ตชด.437 อ.สะเดา จ.สงขลา ทำการจับกุมผู้นำเข้าน้ำมันเถื่อนจากประเทศมาเลเซีย
ซึ่งจากการปฏิบัติการจับกุมตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา ได้ดำเนินการจับกุมรถบรรทุก หัวลาก หรือเทรลเลอร์ที่วิ่งขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก โดยพฤติกรรมของผู้ค้าน้ำมันเถื่อนได้ขับรถหัวลากจากฝั่งไทยเข้าไปเติมน้ำมันในประเทศมาเลเซีย โดยนอกจากเติมใส่ถังน้ำมันในรถแล้ว ยังมีการติดตั้งต่อเติมถังบรรจุน้ำมันในตัวรถอีกด้วย หลังจากเติมน้ำมันจากฝั่งมาเลเซียแล้ววิ่งกลับมายังฝั่งไทย ก่อนที่จะนำน้ำมันดังกล่าวไปจำหน่ายให้ลูกค้า ซึ่งมีทั้งที่รับซื้อมาขายในปั๊มหลอดแก้ว ปั๊มน้ำมัน และโรงงานอุตสาหกรรมใน จ.สงขลา และใกล้เคียง
โดย พ.ต.ต.สมวงศ์ กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสั่งการของ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.(สส.) ผอ.ศปนม.ตร. โดยมีการสนธิกำลังร่วมกับตำรวจ ปนม. ทหารจาก ฉก.พล.5 และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้ผู้ที่เป็นนายทุนได้พยายามติดต่อที่จะขอให้ ตชด.ยุติการจับกุม แต่ตนเองไม่สนใจเพราะถือว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยเหนือ และ ตชด.ไม่ได้มีผลประโยชน์ และไม่เคยเรียกเก็บผลประโยชน์ ทั้งจากการค้าน้ำมันเถื่อนและสินค้าเถื่อนอื่นๆ เช่น เหล้า และบุหรี่ต่างประเทศแต่อย่างใด ที่ผ่านมา ตชด.437 มีผลงานในการจับกุม สินค้าหลบหนีภาษี ยาเสพติด และแรงงานต่างด้าวแรงงานเถื่อนมาโดยตลอด
ในขณะเดียวกัน แหล่างข่าวจากเจ้าหน้าที่ ตชด. ได้ให้ข้อมูลว่า มีการอ้างนายจากส่วนกลางในการเก็บส่วยจากผู้ค้าของหนีภาษีจริง โดยเฉพาะจากการค้าบุหรี่ต่างประเทศ โดยที่ผู้เก็บส่วยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนยศเพียง ส.ต.อ. ที่รู้จักกันในชื่อ “จ่า ม.” เป็นตำรวจใน จ.ยะลา ซึ่งครอบครัวเป็นผู้ค้าบุหรี่รายใหญ่ครอบคลุมในพื้นที่ภาค 8 และภาค 9 และเรียกเก็บส่วยจากร้านค้าที่ขายบุหรี่ร้านละ 18,000 บาทต่อร้านต่อเดือน ซึ่งทำมาเป็นเวลานาน โดยที่ไม่แน่ใจว่าเป็นการเก็บส่วยให้นาย หรือเป็นการอ้างชื่อนายจากส่วนกลางในการหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตนเอง
ในขณะที่แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า การที่ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน เหล้า บุหรี่ ยังทำกันได้อย่างครึกโครม ทั้งที่อยู่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่มีการปิดประเทศ ปิดพรมแดนไทย-มาเลเซีย เป็นเพราะว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรปล่อยให้รถหัวลากและอื่นๆ เข้าไปรับน้ำมันในประเทศมาเลเซียได้ ทั้งที่ได้บรรทุกสินค้าเข้าไปเช่นเดียวกับสินค้าหนีภาษีอื่นๆ เช่น เหล้า บุหรี่ และอีกหลายชนิดที่สามารถนำออกมาได้ เพราะมีการเปิด “ไฟเขียว” จากเจ้าหน้าที่ศุลกากร โดยเฉพาะการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนมีการทำกันเป็นขบวนการ
ซึ่งหากไม่มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ให้ ตชด. ทำการจับกุม ประชาชนจะไม่ทราบว่าในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มีการปิดประเทศปิดพรมแดน ขบวนการค้าน้ำมัน สินค้าเถื่อนยังทำการลักลอบขนสินค้าเป็นปกติ และอาจจะมากกว่าเดิม เพราะขาดความสนใจจากส่วนกลางและจากประชาชน
แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ค้าน้ำมันจากคลังปิโตรเลียม ใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา แจ้งว่าหลังจากที่ ตชด. ได้ทำการจับกุมผู้ค้าน้ำมันเถื่อนเพียง 3 วัน ปรากฏว่าโรงงานอุตสาหกรรมรถบรรทุกห้องเย็น และบริษัทขนส่งใน จ.สงขลา ซึ่งปกติไม่เคยซื้อน้ำมันที่ถูกต้องไปใช้ในกิจการ ได้มีการสั่งซื้อน้ำมันที่ถูกต้องอีกครั้ง เพราะไม่สามารถซื้อน้ำเถื่อนมาใช้ จากการที่มีการจับกุมผู้ลักลอบน้ำเข้าจากประเทศมาเลเซีย เช่นเดียวกับน้ำมันเถื่อนทางทะเลฝั่งอ่าวไทย ที่หลังจากมีคำสั่งของ ผอ.ศปนม.ตร. ให้ปราบปรามผู้ค้าน้ำมันเถื่อน ต่างหยุดการขนน้ำมันขึ้นฝั่งชั่วคราวเพื่อรอดูสถานการณ์ ซึ่งแหล่งข่าวที่เป็นผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ทางทะเลอ้างว่า อยู่ระหว่างการ “เคลียร์” เพื่อให้มีการเปิด “ไฟเขียว” เหมือนที่ผ่านมา


