xs
xsm
sm
md
lg

ความสูญเสียใน “ยุทธการฮูแตยือลอ” บนแผ่นดินไฟใต้ชี้ชัดความผิดพลาดของ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ : จุดคบไฟใต้ / โดย... ไชยยงค์ มณีพิลึก

เดือนแห่งการปรับเปลี่ยนโยกย้ายและเกษียณอายุราชการ รวมทั้งต้อนรับปีงบประมาณใหม่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมากมายไปด้วย “เลือด” จากฝีมือแนวร่วมขบวนการบีอาร์เอ็น มีการหลอกล่อทหารและตำรวจเข้าสู่ “พื้นที่สังหาร” ช่วงสัปดาห์เสียชีวิตไปแล้วถึง 5 นายและบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

จะเรียกว่า “ก่อการร้าย” หรือ “ก่อความไม่สงบ” ก็ได้ แต่ที่เหมือนกันคือ “ไฟใต้” ที่ยังรุนแรงมายาวนาน เวลานี้ก็ยังไม่เห็นท่าทีว่าจะ “มอดดับ” ได้เลย

การปิดล้อมตรวจค้นของทหารที่บ้านฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เป้าหมายคือ “รอมือลี กาแจกาซอ” และ “บารุวัน กือจิ” มียิงปะทะกัน สุดท้ายฝ่ายเจ้าหน้าที่สูญเสียกำลังพลและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ผู้เขียนต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียทุกฝ่าย

ขณะยุทธการที่ฮูแตยือลอยังไล่ล่ากันอยู่นั้น แนวร่วมอีกกลุ่มได้ขุดหลุมพราง “สร้างข่าว” ให้ตำรวจ สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส เข้าระงับเหตุชายคลุ่มคลั่งในพื้นที่ ต.ช้างเผือก ช่วงเดินทางถึงบ้านน้ำวนกลับถูกระเบิดที่ลอบฝังไว้กลางถนนชีวิตไปอีก 2 นายและบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

แผนของแนวร่วมยังไม่จบเพียงแค่นั้น ตชด.ที่ 44 หรือชุดเดลต้า ซึ่งถอนกำลังจากพื้นที่ปฏิบัติการฮูแตยือลอ ขณะเดินทางถึงบริเวณเนินเขาบ้านตายา ต.สุวารี อ.รือเสาะ ก็ยังถูกแนวร่วมที่วางกำลังไว้รอลอบโจมตีอย่างหนัก ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย

ความจริงมีแจ้งเตือนล่วงหน้าและมีการวิเคราะห์สถานการณ์กันมาก่อนแล้วด้วยว่า ในห้วงเวลาสับเปลี่ยนกำลังและมีการโยกย้ายใน “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” แนวร่วมจ้องที่จะอาศัยจังหวะนี้ก่อเหตุร้าย อีกทั้ง “สายลับ” ในพื้นที่ยังพบเคลื่อนไหวผิดปกติ จนดูเหมือนกับมีการวางแผนก่อเหตุร้ายต้อนรับปีงบประมาณใหม่

ก็เป็นไปตามการวิเคราะห์ ผิดกันก็แต่ว่าครั้งนี้มีทั้งการ “ขุดบ่อล่อปลา” และ “ตีตลบหลัง” อันถือว่ามีการ วางแผนไว้เป็นอย่างดี สิ่งนี้ยืนยันได้จากฝ่ายแนวร่วมแทบไม่ได้สูญเสียอะไรเลย ผิดกับทุกครั้งที่การเข้าปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่จะต้องสร้างความสูญเสียให้แก่แนวร่วมอย่างเห็นได้ชัด

นับเป็นการ “เอาคืน” ที่น่าจับตายิ่ง หลังฝ่ายขบวนการสูญเสียกำลังไปมากในรอบปีมานี้ และสอดรับกับ “โฆษกบีอาร์เอ็น” ที่แถลงเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาว่าจะตอบโต้อย่างหนัก เพราะเคยประกาศหยุดปฏิบัติการเพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำงานสะดวก แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐกลับใช้โอกาสโรคโควิด-19 ระบาดเปิดฉากรุกใหญ่

ก่อนหน้านี้มี “การข่าว” ทั้งในชายแดนใต้และจากรัฐกลันตันของมาเลเซีย โดยเฉพาะภาคประชาสังคมใต้ปีกโอบฝ่ายการเมืองบิอาร์เอ็นระบุว่า ในเดือน ต.ค.ยังจะมีการก่อเหตุอีกมากมาย เพราะมี “วันสัญลักษณ์” ที่สามารถใช้เป็นเงื่อนไขตอกย้ำกับคนมุสิลมได้ทั้งในพื้นที่และทั่วโลก

อย่างเหตุการณ์ “ตากใบทมิฬ” ที่มีการสลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส แล้วขนใส่รถทหารไปยังค่ายอิงคยุทธบริหารที่ จ.ปัตตานี ทำให้มีการตายหมู่กว่า 80 ศพในวันที่ 25 ต.ค. 2547 แม้ว่าคดีนี้ทุกครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการเยียวยาแล้ว แต่บีอาร์เอ็นก็มุ่งมั่นนำเหตุการณ์ครั้งนั้นมาใช้สร้างเป็นเงื่อนไขอยู่ทุกปี

ถือเป็นหน้าที่ของ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ต้องแก้ปัญหา แต่กลับมักได้ยินแต่การอ้างตัวเลขจำนวนเหตุร้ายลดลง เพื่อที่จะชีวัดว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่ถ้าดูจากสถิติการก่อเหตุในปี 2564 จะพบว่ามีตัวเลขสูงขึ้น ซึ่งสังคมต้องช่วยกันพิจารณาว่านี่คือ “ความล้มเหลว” หรือไม่

เวลานี้มีข่าววงใจระบุชัดว่า “พลเอก” ที่กำกับนโยบาย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เตรียมสรุปรายงานไฟใต้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า สถานการณ์ดีขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่มีกองกำลังติดอาวุธฝ่ายบีอาร์เอ็นอยู่ในพื้นที่แล้ว และที่สำคัญ “โต๊ะพูดคุยสันติสุข” รอบใหม่กำลังจะมีขึ้น

เรื่องนี้คงต้องฝากการบ้านไปให้ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คนใหม่ ถ้าอ่านรายงานแล้วให้ถามกลับทีมที่รายงานด้วยว่า เมื่อในพื้นที่ไม่มีกองกำลังติดอาวุธของบีอาร์เอ็นแล้ว ทำไมทหารยังเปิดปฏิบัติการต่อใหญ่โต

ทำไมเฉพาะในปี 2564 นี้ฝ่ายทหารยังนำกำลังไปปิดล้อมและปะทะจนนำไปสู่การวิสามัญกองกำลังติดอาวุธของบีอาร์เอ็นไปแล้วราว 20 ศพ หรือล่าสุดก็ “ยุทธการฮูแตยือลอ” ที่สร้างความสูญเสียให้ทั้งทหาร ตำรวจ และ ตชด. หรือเหล่านี้คือฝีมือแค่พวกผู้ลักลอบตัดไม้เถื่อน ผู้ค้ายาเสพติด หรือยกให้เป็น “มือที่สาม” อย่างนั้นหรือ

อย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือเลย อย่าฉวยโอกาสที่มุสลิมในพื้นที่ยังนิ่งเฉย ขณะที่คนไทยพุทธอ่อนกำลังและคิดแต่จะแสวงหางบประมาณจาก “กอ.รมน.” และ “ศอ.บต.” อย่ามั่นใจกับภาคประชาสังคมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยการใช้งบประมาณหว่านโปรยลงไป เพราะทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาที่มีการสร้างขึ้นมาต่างหาก

น่าจะคิดได้ง่ายๆ ว่าถ้าไฟใต้ดีขึ้นจริง และกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็นหมดไปแล้วจริง ทำไมองค์กรต่างประเทศยังกระสันขอเข้าไปทำหน้าที่เป็นคนกลางหรือฝ่ายที่ 3 หรือที่มักเรียกเสียหรูว่าเทิร์ดปาร์ตี้ ไม่ว่าจะเป็น “เจนีวาคอลล์” “คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ(ICRC)” “สหภาพยุโรป(EU) “หรือกระทั่ว “สหรัฐอเมริกา” ด้วย

ที่สำคัญต้องคิดได้ว่าการสูญเสียครั้งใหญ่ในยุทธการฮูแตยือลอรวม 12 วันที่เพิ่งผ่านไป ฝ่ายบีอาร์เอ็นมีหรือที่จะทำตามคำแนะนำของเจนีวาคอลล์ที่ให้หยุดการทำร้ายประชาชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงไม่ทำลายศาสนาสถาน เพราะในขบวนการเองก็ยังมีความเห็นที่แตกกันสองทาง

สำหรับสถานการณ์ไฟใต้นั้น ต้องอย่ามองด้วยสายตาพญาอินทรีย์ที่บินอยู่สูงอย่างเดียว เพราะจะทำให้เห็นแต่ยอดไม้ แต่ต้องมองด้วยสายตาหนอนที่เกาะเกี่ยวอยู่บนต้นไม้แต่ละต้นด้วย ควรต้องมองให้ครบทุกมิติและจะต้องไม่ด่วนสรุปเพียงเพราะฟังได้ว่าเหตุร้ายรายวันลดลงเท่านั้น

เนื่องเพราะในวันนี้มีปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมากมายที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า บทสรุปของ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” น่าจะเป็นอะไรที่ต้องถือว่าผิดพลาดมาก


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...