ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้นำด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทยอัปเดตการท่องเที่ยวเกาะภูเก็ต ชี้แนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวจากรัสเซียกำลังวางแผนกลับมาภูเก็ตไฮซีซันนี้ หลังไทยอนุมัติผู้ฉีดวัคซีน “สปุตนิก วี” เข้าประเทศได้ และควรปรับลดขั้นตอนการเดินทางให้สะดวกขึ้น
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้นำด้านธุรกิจการบริการในเอเชีย ได้แก่ ลากูน่า ภูเก็ต ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ และ เดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย คอมมิวนิเคชั่นส์ ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน เช่น ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เจ้าของโรงแรมและรีสอร์ต ผู้บริหารสายการบิน และตัวแทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมชี้แนะแนวทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจท่องเที่ยวภูเก็ตในฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้
โดยงานสัมมนาเริ่มต้นด้วยการเปิดรายงาน Russia Arrivals in Phuket - Winter Season ของซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ ที่ระบุว่า ก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทั่วโลก รัสเซียเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของภูเก็ต โดยในปี 2019 มีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียเดินทางเข้าภูเก็ตกว่า 700,000 คน ถึงแม้ว่าปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจากรัสเซียจะยังไม่ได้กลับมาเท่าเดิม แต่ยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แข็งแกร่งของภูเก็ต สอดคล้องกับข้อมูลของจากผู้ประกอบการทัวร์ในรัสเซีย ส่งสัญญาณว่า ชาวรัสเซียทำการจองทริปภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้โรงแรมและผู้ประกอบการต่างมั่นใจว่า ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้การท่องเที่ยวภูเก็ตจะเริ่มฟื้นตัว
กอปรกับเมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการด้านวิชาการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เห็นชอบให้เปิดรับนักเดินทางจากต่างประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีน “สปุตนิก วี” สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และพื้นที่นำร่องอื่นๆ ได้นั้น นับเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น โดยเป็นการขยายโอกาสทางการตลาด เพิ่มประเทศเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น
นายราวี ชานดราน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ลากูน่า ภูเก็ต กล่าวว่า การผลักดันโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ถือเป็นการเพิ่มเสถียรภาพและความต่อเนื่องให้แก่แนวคิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และจะทำให้ประเทศในยุโรป ร่วมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเชื่อมั่นมากขึ้น เมื่อเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรายใหญ่อย่างรัสเซียเดินทางเข้าภูเก็ต ในช่วงแรกจำนวนผู้โดยสารขาเข้าอาจจะเพิ่มขึ้นทีละน้อย แต่จะเพิ่มมากขึ้นในเดือน พ.ย.และ ธ.ค.อย่างแน่นอน สายการบินต่างๆ จะเปิดเที่ยวบินอีกครั้ง รวมทั้งเที่ยวบินแรกของสายการบินแอโร-ฟลอต (Aeroflot) ของรัสเซีย มีกำหนดออกเดินทางในวันที่ 4 ต.ค.นี้
ด้าน น.ส.ขนิษฐา พันธุ์วรวัฒน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมอสโก ประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นวาระหลักของการท่องเที่ยว ทาง ททท.ได้อธิบายแนวคิดนี้แก่ผู้ประกอบการทัวร์ชาวรัสเซียในงานในมอสโกในเดือน ก.ย.นี้ รวมทั้งจัดเวิร์กชอปออนไลน์แบบ B2B เชื่อมโยงผู้ประกอบการโรงแรมและซัปพลายเออร์ในไทยกับตัวแทนชาวรัสเซีย และได้จัดทำเว็บไซต์ภาษารัสเซียโดยเฉพาะ เพื่อให้ข้อมูลล่าสุดสำหรับการเดินทางมาประเทศไทยอีกด้วย"
ขณะที่ นายซาลิม อักบาส ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อผลิตภัณฑ์ (ภาคใต้ของประเทศไทย) ของ ODEON Tourism ผู้ประกอบการทัวร์ต่างประเทศ กล่าวว่า เรามีความหวังว่านักท่องเที่ยวจากรัสเซียจะกลับมาภูเก็ตในฤดูหนาวนี้อย่างคับคั่ง ซึ่งเรามองว่ารัสเซียเหมาะสมอย่างยิ่งกับแนวคิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เนื่องจากข้อกำหนดระยะเวลาการเข้าพัก 14 วัน สอดคล้องกับระยะเวลาวันหยุดปกติที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียคาดหวัง บวกกับความต้องการลิ้มรสอาหารไทย และดื่มด่ำบรรยากาศชายหาดที่สวยงาม นอกจากนั้น ส่วนขยาย 7+7 ของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ของไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเขาหลัก เกาะสมุย และเกาะพีพี
นายอักบาส กล่าวเพิ่มว่า อัตราค่าห้องพักควรจะต้องอยู่ในระดับกลาง เนื่องจากเป็นช่วงที่ทั่วโลกเพิ่งฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการโรงแรมต้องปรับราคาให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถแข่งขันในช่วงไฮซีซันนี้กับจุดหมายปลายทางทางเลือกอื่นๆ ในโลก เช่น ดูไบ
นางออลก้า ณ ตะกั่วทุ่ง รองกรรมการผู้จัดการ Exotic Voyage บริษัททัวร์รัสเซียระดับไฮเอนด์ ปิดท้ายว่า แสงแดด หาดทราย และทะเล ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเดินทางชาวรัสเซีย พวกเขาต้องอยู่ในที่ที่อบอุ่นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งภูเก็ตมีทุกอย่างที่ตอบโจทย์ ในช่วงการระบาดใหญ่ลูกค้าชาวรัสเซียจำนวนมากเดินทางไปมัลดีฟส์ ดูไบ เซเชลส์ หรือประเทศอื่นๆ แต่เพื่อดึงดูดพวกเขาให้กลับมาสู่เกาะภูเก็ต ภาคการบริการของภูเก็ตจำเป็นต้องรักษาราคาโปรโมชันไว้ และไม่พยายามเพิ่มราคาให้สูงขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นตัว
ผู้นำด้านการท่องเที่ยวภายในงานสัมมนาต่างยังเน้นย้ำด้วยว่า ภูเก็ตกำลังดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อฟื้นตลาดรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาจะมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูความเชื่อมั่น และภูเก็ตอาจต้องยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางบางประการเพื่อดึงดูดผู้เดินทางออกจากจุดหมายปลายทางของคู่แข่งอีกด้วย


