ปัตตานี - หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี แถลงผลงานการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณ 2564 วิสามัญผู้ก่อเหตุรุนแรง 5 ครั้ง รวมเสียชีวิต 9 ราย พร้อมยึดอาวุธกระสุนปืนลูกระเบิด และของกลางเป็นจำนวนมาก
วันนี้ (23 ก.ย.) ที่เรือนรับรองค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไมตรี สันตยากุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และ นายเอกรัตน์ ชูหวาน ป้องกันจังหวัดปัตตานี ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2564
พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีได้ดำเนินการดูแลพื้นที่ตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 จนทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการควบคุม พื้นที่ และการปฏิบัติการเชิงรุกต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับคืนสู่สันติสุขในเร็ววัน
นอกจากนั้น ยังต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปัตตานีทุกท่าน รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ที่ช่วยกันในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดปัตตานีให้ดีขึ้นตามลำดับ ทำให้ยอดการติดเชื้อและเสียชีวิตของประชาชนจังหวัดปัตตานีลดลงมาก ความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบที่พวกเรากำลังปฏิบัติกันอยู่แบบนี้ในห้วงต่อไป พวกเราจะชนะเชื้อโควิด-19 ไปด้วยกัน
ในส่วนของสถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดปัตตานี ในปีงบประมาณนี้เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดปัตตานีได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีสถิติการก่อเหตุความรุนแรง ทั้งสิ้น 27 เหตุการณ์ โดยอยู่ในห้วง ตุลาคม 2563 จนถึงมีนาคม 2564 จำนวน 16 เหตุการณ์ และห้วงเมษายน-กันยายน 2564 จำนวน 11 เหตุการณ์ เปรียบเทียบในห้วง 6 เดือนแรกและ 6 เดือนหลัง ลดลง 5 เหตุการณ์ เหตุการณ์ลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่ายสามารถติดตามจับกุมบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งในห้วงปีงบประมาณ 2564 มีสถิติการติดตามบังคับใช้กฎหมายสามารถวิสามัญกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้รวม 5 ครั้ง ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 9 ราย รวมหมายจับ ป.วิอาญาทั้งสิ้น 34 หมายจับ ซึ่งผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้ง 9 คน นี้ ล้วนแต่เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เคยร่วมก่อเหตุที่สำคัญมาจำนวนมาก เช่น เหตุการณ์ปล้นร้านทองสุธาดา ในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 เหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ในพื้นที่ กทม. เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เหตุการณ์คนร้ายยิงอาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลประจัน ในโรงเรียนบ้านบูโกะ ในพื้นที่อำเภอยะรัง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 ราย เมื่อ 10 มกราคม 2562 เหตุการณ์คนร้ายลอบยิง ร.ต.ท.วีระศักดิ์ สารพร เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์เสียชีวิต ในพื้นที่ อำเภอโคกโพธิ์ เมื่อ 7 ธันวาคม 2563 และอีกหลายเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดปัตตานี
ง
รวมทั้งในห้วงที่ผ่านมา มีการตรวจยึดยุทโธปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืนพก ปืนเล็กยาว และระเบิดแสวงเครื่อง ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้ในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมา โดยมีสถิติการตรวจยึดอาวุธปืนทั้งสิ้น 17 กระบอก เป็นปืนเล็กยาว จำนวน 6 กระบอก ปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก ปืนพกสั้น จำนวน 6 กระบอก และปืนกลมือ M3 อีกจำนวน 1 กระบอก
นอกจากการติดตามบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่คอยกำกับดูแลและอำนวยความสะดวกตามจุดตรวจจุดสกัดต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่มีเสรีในการปฏิบัติ ส่งผลให้เหตุการณ์ความรุนแรงลดลง
ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทุกท่านให้ช่วยเป็นหูเป็นตาเจ้าหน้าที่ในการแจ้งเบาะแสของบุคคลแปลกหน้าหรือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่หมู่บ้านของท่าน เพื่อไม่ให้บุคคลที่เห็นต่างเหล่านี้สามารถเข้ามาก่อเหตุการณ์ความรุนแรงได้ เพื่อจะได้เกิดสันติสุขในพื้นที่หมู่บ้านของท่าน
ด้าน พ.ต.อ.ไมตรี สันตยากุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ผมมีความภูมิใจที่ในห้วงที่ผ่านมา ยอดของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่พี่น้องประชาชนได้แจ้งหายไว้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นมียอดการได้คืนเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก โดยมีสถิติรถหาย จำนวน 83 คัน ได้คืน จำนวน 17 ค้น จับกุมผู้กระทำความผิดได้ จำนวน 40 คน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดปัตตานี
และที่สำคัญคือการติดตามคดีของผู้ต้องหาคดีความมั่นคงในจังหวัดปัตตานี ในห้วงปีงบประมาณ 64 ที่ผ่านมา ทราบว่าศาลได้พิพากษาตัดสินให้ผู้กระทำความผิดต้องโทษที่ตนเองได้กระทำไว้จำนวนมาก ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาทั้งสิ้น 20 คดี รวมจำเลยทั้งหมด 35 คน แบ่งเป็นลงโทษคดีสิ้นสุดจำนวน 14 คดี รวมจำเลยที่ต้องโทษจำนวน 23 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องหาต้องโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต จำนวน 9 คดี จำเลยรวม 13 คน เป็นผลทำให้สถิติของการก่อเหตุการณ์ความรุนแรงลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยทางตำรวจเราขอให้คำมั่นว่าไม่ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงจะเป็นอย่างไรก็จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนเสมอ และพร้อมรับใช้พี่น้องประชาชนทุกเมื่อ
ขณะที่ นายเอกรัตน์ ชูหวาน ป้องกันจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ในห้วงปีที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่ายได้มีการติดตามจับกุมผู้เสพ และผู้ค้ายา เสพติด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นยาบ้า เฮโรอีน กัญชา ยาไอซ์ และพืชกระท่อมที่ผิดกฎหมาย โดยมีสถิติการจับกุมทั้งสิ้น 4,546 คดี ของกลางเป็นยาบ้า 2 ล้านเม็ด เฮโรอีน 615 กรัม กัญชา 600 กิโลกรัม และพืชกระท่อมอีก 17,000 กิโลกรัม ทำให้ชุมชนและบุตรหลานของพี่น้องประชาชนได้ห่างไกลต่อยาเสพติดต่างๆ มีชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น