xs
xsm
sm
md
lg

คณะราษฎรภูเก็ตจัดขบวนคาร์ม็อบ เรียกร้องนายกฯ ลาออก หวิดปะทะกลุ่มเห็นต่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - กลุ่มคณะราษฎรภูเก็ต และกลุ่มภูเก็ตปลดแอก จัดขบวนคาร์ม็อบ ไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก หวิดปะทะกับกลุ่มเห็นต่างภูเก็ต ที่ออกมาชูป้ายแสดงสัญลักษณ์ ภูเก็ตต้องการสันติ


เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (24 ก.ค.) ที่บริเวณสะพานหินภูเก็ต กลุ่มคณะราษฎรภูเก็ต กลุ่มภูเก็ตปลดแอก ตั้งขบวนคาร์ม็อบกว่า 200 คน รวมตัวกันขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพื่อขับขี่ไปตามนถนนสายต่างๆ ในตัวเมืองภูเก็ต เพื่อไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

แต่ระหว่างที่มีการรวมตัวกันอยู่นั้น ได้มีกลุ่มคนเห็นต่างประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่วัยกลางคนไปจนถึงผู้สูงอายุได้ออกมารวมตัวกันชูป้าย “save ภูเก็ต” และ “ภูเก็ตต้องการสันติ” เข้าไปพยายามพูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเพื่อขอให้ยุติการรวมตัวกันแต่ไม่เป็นผล 

รวมทั้งมีการไปแกะแผ่นป้ายกระดาษที่ติดอยู่กระจกรถของกลุ่มคาร์ม็อบ ซึ่งมีข้อความต่างๆ เช่น ลาออกเถอนะจ๊ะ ภาษีก็ต้องจ่าย วัคซีนดีๆ ก็ต้องซื้อ  7 ปีไม่มีอะไรดียกเว้นปาก เป็นต้น จนทำให้ทั้ง 2 กลุ่มเกิดการปะทะคารมกันเป็นช่วงๆ จนหวิดเกิดความรุนแรง แต่ก่อนเหตุการณ์บานปลาย พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบหลายสิบคนเข้าไประงับเหตุ ในขณะเดียวกัน มีการตั้งจุดตรวจก่อนถึงวงเวียนหอย เพื่ออำนวยความสะดวกให้รถที่จะไปยังบริเวณสะพานหิน

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย รอง ผกก.ป. สภ.กมลา รักษาราชการแทนรอง ผกก.ป.สภ.เมืองภูเก็ต ได้อ่านประกาศของ สภ.เมืองภูเก็ต ว่า ขอให้ทุกคนแยกย้ายกันไป เพราะไม่สามารถรวมกลุ่มกันชุมนุมได้ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ฝั่งคาร์ม็อบยังคงมีการปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง และยืนยันว่าจะยังคงเคลื่อนขบวนต่อไปยังศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ ยังได้แสดงละครสั้นเชิงสัญลักษณ์กรณีมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่นอนตายริมถนน ขณะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ยืนยันว่า จะไม่ยอมสลายตัวหากลุ่มคาร์ม็อบยังยืนยันจะเดินหน้าจัดกิจกรรม


หลังจากเสร็จสิ้นการแสดงละครเชิงสัญลักษณ์ ขบวนรถรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลุ่มคาร์ม็อบรวมประมาณ 150 คัน ได้เคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางต่างๆในตัวเมืองภูเก็ต โดยมีการบีบแตรและชูสามนิ้วเป็นเป็นระยะ กระทั่งถึงหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยทางเจ้าหน้าที่มีทั้งตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้ปิดถนนหน้าศาลากลาง เพื่อให้รถของกลุ่มผู้ชุมได้จอด รวมทั้งได้มีการประกาศให้ทราบถึงความผิดในการรวมกัน และเกรงว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกัน กลุ่มเห็นต่างจำนวนหนึ่งมาคอยสังเกตการณ์และมีการปะทะคารมกันเป็นระยะๆ แต่ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง โดยมีทางเจ้าหน้าที่คอยห้ามเป็นระยะทั้งทางกลุ่มได้ส่งตัวแทนซึ่งเป็นเยาวชนยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง โดยมี ว่าที่ ร.ต.วิกรม จากที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้รับเรื่องแทน จากนั้นทั้งหมดได้แยกย้ายกันกลับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองคอยอำนายความสะดวก เพื่อป้องกันเหตุที่ไม่คาดคิด

สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มดังกล่าว สรุปใจความว่า ในนามกลุ่มภูเก็ตปลดแอก/กลุ่มคณะราษฎรภูเก็ต สำหรับการจัดกิจกรรม ภูเก็ตคาร์ม็อบนั้น เป็นการแสดงออกทางการเมืองโดยสันติวิธี ด้วย
สถานการณ์ปัจจุบันเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตถือว่าอยู่ในสภาวะย่ำแย่ แม้จะมีโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ แต่ก็ไม่ได้ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจมากนัก และการที่ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) บอกว่า ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทำรายได้ให้จังหวัดสูงถึง 400 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวกว่า 9,000 คน แต่รายได้กระจุกอยู่กับกลุ่มนายทุน ไม่ได้กระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อย คือ ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ สถานศึกษายังมีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ไม่สอดรับกับภาวะความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย นั่นเป็นเพียงปัญหาบางส่วน รวมถึงการจัดการโควิด-19 ที่ล้มเหลว ไม่มีประสิทธิภาพ การกระจายวัคซีนมีความล่าช้า และไม่เพียงพอต่อประชาชน ประกอบกับการจัดหาซื้อวัคซีนของรัฐบาลยังถูกตั้งคำถามจากประชาชนถึงความถูกต้องโปร่งใส



ในฐานะประชาชนชาวไทยผู้เสียภาษี และในฐานะประชาชนชาวภูเก็ต จึงขอเรียกร้องรัฐบาลผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้ 1.นําเข้าวัคซีน mRNA มีประสิทธิภาพ และหลากหลายให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะเป็นทางออกเดียวที่จะป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาด ทั้งยังทําให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 2.กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย เอกชน และแรงงานโดยทั่วถึง ไม่ให้กระจุกอยู่เพียงแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

3.ออกมาตรการเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ตกงาน เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้ขาดแคลนรายได้ ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และ 4.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อการบริหารประเทศ และการจัดการวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อันไร้ประสิทธิภาพของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพวก ก่อนที่จะมีการสูญเสียไปมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อกลุ่มคาร์ม็อบยื่นหนังสือเสร็จสิ้นได้แยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างเดินทางกลับได้มีการปะทะกันเล็กน้อยกับกลุ่มเห็นต่าง แต่ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาระงับเหตุไว้ทัน