สุราษฎร์ธานี - แก๊งยาเสพติดขนยาบ้า-ไอซ์ มูลค่า 77 ล้านบาท ใส่ท้ายกระบะซิ่งหลบหนีการจับกุมจากจังหวัดชุมพร แต่ไปไม่รอดรถเกิดอุบัติเหตุ ในพื้นที่สุราษฎร์ฯ ทิ้งรถอาศัยความมืดหลบหนีการจับกุม เหลือไว้แค่ของกลางไว้ดูต่างหน้า
วันนี้ (30 มิ.ย. ) เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 จังหวัดพัทลุง ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 417 จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจทางหลวง และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าชนะ เข้าตรวจสอบรถกระบะสี่ประตู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งประสบอุบัติเหตุขณะหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 จังหวัดพัทลุง ที่ ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี โดยพบยาบ้า จำนวน 1,400,000 เม็ด และ ไอซ์ 7 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 77 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหา 2 คน หลบหนีไปได้
สำหรับการตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากพ.ต.ท.วีรศักดิ์ คงเพชร ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 จังหวัดพัทลุง ได้ เฝ้าสืบสวนติดตามเป้าหมายกลุ่มต้องหา คือ นายปอนด์และนายโจ มาระยะหนึ่งเนื่องจากมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ โดยในวันที่ 29 มิถุนายน 2564 ได้ทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ว่า กำลังลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาในพื้นที่ คาดว่าจะกระจายให้กับกลุ่มผู้ค้าในจังหวัดสุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช และกระบี่ โดยใช้ยานพาหนะรถยนต์กระบะสี่ประตูสีขาวในการลำลียงและกำลังจะเข้าพื้นที่จังหวัดชุมพร
พ.ต.ท.วีรศักดิ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และได้รับคำสั่งการจากพล.ต.ต.วรายุทธ สุขวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 ให้ออกติดตามเป้าหมายอย่างใกล้ชิด โดยให้นำกำลังไปพักคอยที่ด่านตรวจยานพาหนะจังหวัดชุมพร กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร หากมีความชัดเจนและสบโอกาสให้ดำเนินการจับกุมทันที
แต่เนื่องจากเป้าหมาย ขับรถด้วยความเร็วสูง พ.ต.ท.วีรศักดิ์ฯ จึงประสานไปยัง พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ รอดน้อย ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 417, พ.ต.ท.จิรพันธ์ มณีรัตน์ สารวัตรสถานีทางหลวง 5 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เพื่อสกัดจับกุม จากนั้นตำรวจทางหลวงพบรถลักษณะคล้ายคันเป้าหมาย ก็ได้ออกติดตามทันทีเมื่อมาถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 120 เขตอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รถของเป้าหมายเกิดเสียหลักประสบอุบัติเหตุ
“นายปอนด์และนายโจ ได้ลงจากรถยนต์ และ อาศัยความมืดหลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรท่าชนะเข้าควบคุมที่เกิดเหตุ พร้อมกับนำของกลางมายังกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 417 เพื่อบันทึกตรวจยึดและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานีรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดดำเนินคดีต่อไป”


